ตร.จ่อฟันเพิ่ม18 บอสดิไอคอน ‘ฟอกเงิน-ซ่องโจร’ เช็กมือถือพอลมัดเทวดา ‘ชายมาเก๊า’ บินแจ้งความสูญเงิน

21.10.24 | 06:15 น.

ตร.จ่อฟันเพิ่ม18 บอสดิไอคอน ‘ฟอกเงิน-ซ่องโจร’ เช็กมือถือพอลมัดเทวดา ‘ชายมาเก๊า’ บินแจ้งความสูญเงิน

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีตรวจสอบคลิปเสียงลับนักร้องเรียน, นักการเมืองชื่อดัง เรียกรับเงินจากนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ดิไอคอนกรุ๊ป ตามที่นายวรัตน์พล เคยกล่าวอ้างว่ามีการบันทึกเป็นคลิปเสียงไว้เป็นหลักฐานจำนวนหลายคลิป ว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ประสานข้อมูลร่วมกับตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อตรวจสอบไฟล์ต่างๆ ในมือถือของนายวรัตน์พลที่ยึดไว้ ทราบว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการติดตามตัวนายเอก คนขับรถส่วนตัวของนายวรัตน์พล หรือบอสพอล เพื่อตามหามือถือส่วนตัวของบอสพอลอีกเครื่องมาตรวจสอบ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา นายเอกได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีเพื่อส่งมอบมือถืออีกเครื่องของนายวรัตน์พลให้ตำรวจ นายเอกยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนานำโทรศัพท์ของบอสพอลไปซุกซ่อนแต่อย่างใด เพียงแต่ตั้งใจจะนำไปให้เลขาฯส่วนตัวของบอสพอลดูแลเก็บรักษาไว้ แต่เมื่อทราบว่าเจ้าหน้าที่ต้องการจะตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานจึงรีบนำมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ในทันที สำหรับโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสันนิษฐานว่าข้อมูลภายในเครื่องน่าจะมีไฟล์คลิปเสียงที่นายวรัตน์พล หรือบอสพอล เคยแอบบันทึกเก็บไว้ขณะสนทนากับบรรดานักร้องเรียนและนักการเมืองดังต่างๆ ที่พยายามเข้ามาเจรจาเรียกรับเงินค่าดูแลตามคำกล่าวอ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) มีคำสั่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เข้ามาร่วมสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ด้วย ล่าสุด พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. ได้หารือร่วมกับ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. เกี่ยวกับการต้องแจ้งข้อหากับบรรดาบอสทั้ง 18 คนเพิ่มเติม มีรายงานว่า สำหรับฐานความผิดที่จะแจ้งเพิ่มนั้น มีข้อหาร่วมกันกระทำผิดฐานฟอกเงินเป็นหลัก นอกจากนี้อาจมีข้อหาอื่นๆ ประกอบ เช่น ความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงิน รวมไปถึงข้อหาย่อยอย่างอั้งยี่และซ่องโจร เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติกรรมเป็นขบวนการในลักษณะขององค์กรอาชญากรรมด้วย

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอิทธิเดช ธเนศวัฒนะ ตัวแทนผู้เสียหายชาวต่างชาติ พามิสเตอร์เค (สงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี ผู้เสียหายชาวมาเก๊า เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปคบ.กรณีร่วมลงทุนกับบริษัทดิไอคอนกรุ๊ป

Advertisement

นายอิทธิเดชเปิดเผยว่า ผู้เสียหายรายนี้คือผู้ได้รับผลกระทบที่ร่วมลงทุนในกลุ่มธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ป ลงทุนเปิดบิลดีลเลอร์ 2 บิล ประมาณ 250,000 บาท ได้รับการชักชวนจากผู้เสียหายชาวไทยอาศัยอยู่ในฮ่องกง เชิญชวนว่าธุรกิจนี้ได้กำไร จึงตัดสินใจร่วมลงทุน