เปิดนาที ชายฉกรรจ์บุกอุ้ม 2 ชาวจีนกลางกรุง รีดเงิน 4 ล้าน เผยมีบอสบงการอยู่เบื้องหลัง สั่งให้ฆ่าปิดปาก
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม จากกรณีเมื่อเวลา 22.20 น. วันที่ 20 ตุลาคม มีผู้เสียหายสัญชาติจีน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.เสถียร ทิมทอง พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ว่าเมื่อวันที่ 19 ต.ค. เวลาประมาณ 16.00 น. ขณะที่อยู่ที่สำนักงานของบริษัทย่านห้วยขวาง จากนั้นมีคนร้าย 5 คน ขับรถยนต์โตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบรุ่น เข้ามาจอดรถที่หน้าสำนักงานของบริษัท จากนั้นคนร้ายจำนวน 4 คน เข้ามาภายในสำนักงานบริษัทโดยมีคนร้ายคนหนึ่งชักอาวุธลักษณะคล้ายปืน ออกมาจากเอวเพื่อให้ผู้เสียหายเห็น และถามว่า “นายไมเคิล” อยู่หรือไม่ โดยผู้เสียหายตอบไปว่า “นายไมเคิลไม่อยู่”
จากนั้นหนึ่งในคนก่อเหตุค้นภายในสำนักงานพบเงินสด 2,000,000 บาท อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของผู้เสียหาย ก่อนคนร้ายเอาเงินดังกล่าวไป และผู้ก่อเหตุอีก 1 คนใส่กุญแจมือผู้เสียหายและใส่กุญแจมือเพื่อนผู้เสียหายอีกคน จากนั้นผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 คนนำผู้เสียหายคนแรกไปที่รถยนต์ฮอนด้าสีขาว ทะเบียน กทม. ซึ่งเป็นของผู้เสียหายโดยภายในรถคันดังกล่าวมีเงินสด จำนวน 1,000,000 บาท และในกระเป๋ามีเงินอีกจำนวน 200,000 บาท และผู้ก่อเหตุเอาเงินดังกล่าวไปทั้งหมด จากนั้นคนร้าย 3 คนขึ้นมาบนรถคันดังกล่าวโดยจับผู้เสียหายคนแรกนั่งเบาะหลังตรงกลาง รวมเป็น 4 คน และเห็นว่าผู้ก่อเหตุอีก 2 คนนำตัวผู้เสียหายคนที่ 2 ไปที่รถผู้ก่อเหตุและพาผู้เสียหายคนที่ 2 ขึ้นรถคันดังกล่าวไปกับผู้ก่อเหตุอีก 2 คน จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาขับรถพาผู้เสียหายคนแรกไปบริเวณแยกรัชโยธิน แล้วไปถนนพหลโยธิน เมื่อเลยแยกหลักสี่ได้ประมาณ 100 เมตร รถผู้ก่อเหตุชนรถผู้เสียหายคนแรก 2 ครั้ง เป็นเหตุให้รถผู้ก่อเหตุไม่สามารถไปต่อได้
จากนั้นผู้ก่อเหตุที่อยู่ในรถจึงนำผู้เสียหายคนที่สอง มาขึ้นรถของผู้เสียหายคนที่ 1 จากนั้นผู้ก่อเหตุได้นำผู้เสียหายทั้งสองคน จำได้ว่าเป็นถนนรังสิต-นครนายก จากนั้นผู้ก่อเหตุพาผู้เสียหายคนแรกไปจังหวัดนครนายก เมื่อไปถึงจุดจอดรถผู้ก่อเหตุนำกุญแจมือมาล็อกเท้าผู้เสียหายทั้งสองอยู่ด้วยกัน
ต่อจากนั้นหนึ่งในผู้ก่อเหตุสอบถามผู้เสียหายคนแรกอีกว่า “ไมเคิลอยู่ไหน” ผู้เสียหายคนแรกบอกว่า “ไมเคิลอยู่ที่เวียดนามไม่ได้อยู่ที่ไทย” แล้วผู้ก่อเหตุถามต่ออีกว่า ไมเคิลจะกลับมาวันไหน ก่อนตอบไม่มั่นใจว่าไมเคิลจะกลับมาวันไหน คนก่อเหตุจึงขังไว้อยู่ที่จุดดังกล่าวจนเช้า ก่อนพาขับรถวนจนกระทั่งเวลา 16.00 น. ผู้ก่อเหตุพาผู้เสียหายคนแรกมายังจุดเดิมที่ได้จอดรถเมื่อคืน จากนั้นจึงถามอีกครั้งว่า ไมเคิลอยู่ไหน และในขณะเดียวกันมีโทรศัพท์เข้ามาที่ผู้ก่อเหตุโดยผู้ก่อเหตุเรียกว่า “บอส” โดยบอสพูดว่า “หากผู้เสียหายคนแรก ตามไมเคิลมาไม่ได้ให้ฆ่าผู้เสียหายทั้งสองคน”

หลังจากผู้ที่ชื่อว่า บอส วางสาย ผู้ก่อเหตุบอกผู้เสียหายคนแรกว่าไม่อยากจะฆ่า เนื่องจากไม่ได้ทำผิดอะไร จะหักหลังนายใหญ่แต่ต้องจ่ายค่าไถ่จำนวน 600,000 เหรียญ USDT จึงบอกไปมีเหรียญรวมกันเพียง 170,000 เหรียญ USDT จากนั้นมีการต่อรองกับผู้ก่อเหตุว่าสามารถหาเหรียญได้เพิ่มอีก 100,000 เหรียญ USDT รวมเป็น 270,000 เหรียญ USDT จากนั้นผู้ก่อเหตุบอกตกลง
จากนั้นผู้เสียหายคนแรกโอนเหรียญจำนวน 115,000 เหรียญ USDT ให้กับผู้ก่อเหตุ และผู้เสียหายคนที่ 2 โอนเหรียญ 118,635 เหรียญ USDT เมื่อผู้ก่อเหตุได้เหรีญก็ปลดกุญแจมือ จากนั้นผู้ก่อเหตุนำผู้เสียหายคนแรกมารับบุคคลหนึ่งที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ซอยลาดพร้าววังหิน 28 จากนั้นผู้ก่อเหตุนำผู้เสียหายคนแรกไปทิ้งไว้ที่ปากซอยนวมินทร์ 100 จากนั้นจึงติดต่อเพื่อนเพื่อมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุดังกล่าว

ความคืบหน้าคดี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ บก.สส.บช.น. เร่งดำเนินการสืบสวนติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ เบื้องต้นจัดทีมสืบสวนลงพื้นที่หาแหล่งเบาะแสคนร้าย สันนิษฐานว่าเหตุการณ์ที่เกิดมีการทำงานเป็นขบวนการซึ่งอยู่ระหว่างพิสูจน์ตัวคนร้าย

