บริษัทโครงการวิลล่าหรู บนเกาะสมุย ปิดป้าย ‘ที่ดินส่วนบุคคลห้ามเข้า’ ส่งทนายความยืนหน้าโครงการคัดค้านการรื้อถอนอาคารทั้ง 11 หลัง ทำให้เทศบาลนครเกาะสมุยยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ได้
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย ได้มอบหมายให้นายพัลลภ มีเพียร นิติกรชำนาญการเทศบาลนครเกาะสมุย นำคำสั่งที่เทศบาลนครเกาะสมุยออกคำสั่งให้รื้อถอน เพื่อเข้ารื้อถอนอาคารวิลล่าในโครงการอาริยะ เรสซิเดนท์ จำนวนทั้งหมด 11 หลัง โดยมี ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ผอ.สอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.อ.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 กอ.รมน.ภาค 4 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จ.สุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ตามที่เทศบาลนครเกาะสมุย ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มีคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร (ค.15) เลขที่ 158/2562 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2562 แจ้งให้เจ้าของอาคารที่พักชื่อ บริษัท บีเอช 2 บราเธอร์ส จำกัด เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ตั้งอยู่พื้นที่หมู่ 3 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ให้ท่านรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และไม่สามารถอนุญาตให้ก่อสร้าง หรือแก้ไขให้ถูกต้องได้ จึงให้ท่านรื้อถอนอาคาร หรือสิ่งปถูกสร้างภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่รับทราบคำสั่ง โดยเทศบาลนครเกาะสมุยได้ปิดคำสั่ง ณ อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562
ต่อมา เทศบาลนครเกาะสมุย ได้มีคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร (ค.6) เลขที่ 87, 90, 93/2567 ลงวันที่ 9 เมษายน 2567 แจ้งให้เจ้าของอาคารที่พักชื่อ บริษัท บีเอช 2 บราเธอร์ส จำกัด เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ตั้งอยู่พื้นที่หมู่ 3 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ให้ท่านรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และไม่สามารถอนุญาตให้ก่อสร้าง หรือแก้ไขให้ถูกต้องได้ จึงให้ท่านรื้อถอนอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่รับทราบคำสั่ง โดยเทศบาลนครเกาะสมุยได้ปิดคำสั่ง ณ อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567
ปรากฏว่าบัดนี้ได้ล่วงเลยระยะเวลาดังกล่าวแล้ว แต่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างยังเพิกเฉย ไม่มีการรื้อถอนแต่อย่างใดนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 43 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เทศบาลนครเกาะสมุยจึงขอประกาศรื้อถอนอาคารดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป
ขณะที่ เจ้าพนักงานท้องถิ่น จะเข้าไปดำเนินการรื้อถอนที่ด้านหน้าทางเข้าโครงการได้มีการนำประตูเหล็กมาปิดกั้นไว้ พร้อมปิดป้ายคำว่า ที่ดินส่วนบุคคลห้ามเข้า และได้มีทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของโครงการดังกล่าวมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ และแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอน และคัดค้านคำสั่งดังกล่าวต่อเทศบาลไปเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา และวันนี้ก็มาคัดค้านเพิ่มต่อว่าจะไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปรื้อถอน เพราะมองว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเทศบาลนครเกาะสมุยตั้งแต่ปี 2562 ตั้งแต่การปิดหมาย การแจ้งผู้ครอบครองอาคาร ยังไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจะใช้สิทธิฟ้องต่อศาลปกครองหลังจากนี้ ส่วนทางด้าน นายพัลลภ มีเพียร นิติกรชำนาญการเทศบาลนครเกาะสมุย หลังถูกขัดขวางการรื้อถอน ได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


