ตร.ปูพรม ค้น 11 จุด โยงใย ดิไอคอนกรุ๊ป บิ๊กก้องแจง ทำไมเลขบัตรบอสพอล มีเลข 5 นำ
วันที่ 22 ตุลาคม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในคดี ดิไอคอนกรุ๊ป ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางว่า ตอนนี้ที่ บช.ก.มีผู้เสียหายมาแจ้งความแล้วประมาณ 3 พันราย พนักงานสอบสวนที่จัดมา 100 คน น่าจะไม่เพียงพอ จึงเปิดให้รับแจ้งความทั่วประเทศที่ภูธรจังหวัดทุกแห่งและ บช.ภาค เพื่ออำนวยความสะดวก ตอนนี้มีผู้เสียหาย 6 พันกว่าราย ความเสียหาย 2 พันกว่าล้านบาท
ตอนนี้สอบปากคำแล้ว 3 พันกว่าราย ส่วนทั่วประเทศ ก็สอบปากคำแล้ว ทำให้ผู้เสียหายมาน้อยลง ทำให้พนักงานสอบสวนผ่อนคลายบ้าง
ความคืบหน้าดิไอคอนกรุ๊ป ผู้ต้องหา 18 คนอยู่เรือนจำพิเศษ อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล เส้นทางการเงิน โดยวันนี้ให้เจ้าหน้าที่ปูพรมตรวจค้น 11 จุด มีความเกี่ยวข้องเป็นพนักงาน และผู้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา 18 คน เก็บข้อมูล เอาหลักฐานต่างๆ ในคดี
ผู้ต้องหาล็อต 2 อยู่ระหว่างการสอบสวน ก็เกี่ยวข้องกับหลักฐานทั้งหมดที่จะได้มา เกี่ยวข้องกับผู้ใด เราก็จะดำเนินการต่อไป
เมื่อถามว่าเป็นระดับไหน ผบ.ตร.ระบุว่าอยู่ระหว่างการสอบสวน ไม่ขอเปิดเผย แต่หากผลสอบสวนไปถึงใคร ไม่ว่าบอส หรือโค้ช พนักงาน ก็จะดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนผู้มาแจ้งความก็จะคัดกรอง เพื่อป้องกันผู้ร่วมกระทำความผิดมาสวมรอยเป็นผู้เสียหาย แต่เมื่อมาแสดงตัวก็ต้องสอบ แล้วจะวิเคราะห์ทุกราย
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า เรื่องการฟอกเงิน เป็นความผิดมูลฐาน หากตรวจสอบพบว่าเกี่ยวข้องก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหา แต่ขณะนี้ยังมีฐานความผิดเรื่องของการฉ้อโกงประชาชนอยู่
เมื่อถามถึงตัวเลขบัตรประชาชนของบอสพอล ที่มีเลข 5 นำหน้า พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. กล่าวว่า ตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ แจ้งว่าตกหล่นในการสำรวจ เลยแจ้งชื่อภายหลัง เบื้องต้นยืนยันเป็นคนไทยอยู่ ไม่ใช่คนต่างด้าว
เมื่อถามว่ามีการไปร้อง กสม.ว่าพนักงานสอบสวนชี้นำ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า เป็นความเข้าใจของเขา แต่ตำรวจทำงานหนักมาก กระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น จำเป็นต้องรอบคอบรัดกุม ความผิดแต่ละประเภท และฐาน ก็เป็นไปตามพยานหลักฐาน เราทำทุกอย่างตามกระบวนการสอบสวน หากมีหลักฐานก็ต้องแจ้งตามข้อหานั้นๆ
เมื่อถามถึงเรื่องคลิปเสียง ได้กำชับ ผบช.ก. บก.ปปป. เป็นผู้รับผิดชอบ อยู่ระหว่างการสอบสวน ขยายผลทางหลักฐาน ตอนนี้สอบปากคำพอแล้ว ผู้ต้องหายืนยันว่าเป็นเสียงพอล แต่ตัวละครที่เกี่ยวข้องยังไม่เปิดเผย ส่วนพบว่าเป็นใคร กระทำความผิด ตำรวจจะไม่ละเว้นแม้เพียงรายเดียว จะเรียกมาสอบสวนทั้งหมด
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าเกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า หากพาดพิงถึงใคร ถึงจะเป็นตำรวจก็ดำเนินคดีทั้งสิ้น ไม่มีอะไรหนักใจ
เมื่อถามว่า จะสั่งคดีทันฝากขัง 48 วัน หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า 48 วันเป็นเรื่องของการควบคุมตัว ก็จะทำให้เร็วที่สุด ทันการฝากขังอยู่แล้ว

