เร่งล่าอีก 4 คนร้าย รีดไถหนุ่มจีน 12 ล้าน เผยเหตุอดีตภรรยาแค้นส่วนตัว เป็นนกต่อชี้เป้าให้สามีใหม่ก่อเหตุ

22.10.24 | 16:28 น.

รองผบช.น. ระบุจับกุมผู้ต้องหาอุ้มรีดนักธุรกิจจีนจากออฟฟิศย่านสุทธิสารแล้ว 2 ราย เร่งตามตัวอีก 4 ราย เผยเหตุอดีตภรรยาผู้เสียหายแค้นส่วนตัว เลยเป็นนกต่อชี้เป้าให้สามีใหม่ก่อเหตุ รีดไถ 12 ล้าน

จากกรณีคนร้าย 5 คน ใช้อาวุธปืน บุกเข้าไปในสำนักงานบริษัทย่านสุทธิสาร และข่มขู่สองผู้เสียหายนักธุรกิจจีน โดยเข้าค้นและยึดเงินจำนวน 3,200,000 บาทไป จากนั้นยังจับตัวนักธุรกิจจีนทั้ง 2 คน เพื่อเรียกค่าไถ่จนได้เงินไปจำนวนกว่า 12 ล้านบาท ก่อนจะนำผู้เสียหายไปปล่อยไว้บนถนนย่านเกษตร-นวมินทร์ เหตุเกิดเมื่อ 19 ตุลาคม 2567 โดยผู้เสียหายมาแจ้งความที่ สน.สุทธิสาร โดยระบุว่า หนึ่งในคนร้ายดังกล่าวเป็นชาวจีน ชื่อนายหลิวบู โดยมีชาวต่างชาติสงสัยว่า เป็นคนจีนอีก 4 คนร่วมก่อเหตุ

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ สน.สุทธิสาร พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางเข้ามาร่วมประชุมพร้อมกับ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. และชุดคลี่คลายคดีที่ สน.สุทธิสาร โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนจะแถลงข่าว พร้อมของกลางเป็นเสื้อผ้าของผู้ก่อเหตุที่ใช้ใส่ก่อเหตุ สายเคเบิลที่เอาไว้มัดมือมัดเท้าผู้เสียหาย ซึ่งของกลางดังกล่าวกลุ่มผู้ก่อเหตุใส่ถุงดำทิ้งเอาไว้หน้าบ้าน นอกจากนี้ยังพบเงินสดสกุลเงินหยวนที่ผู้ก่อเหตุนำเงินสดไปแลกมา

พล.ต.ต.นพศิลป์เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุจนถึงตอนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 จาก 6 ราย ประกอบด้วยนายหลิวบู และนางสาวหยางเจิน ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ซึ่งนายหลิวบู ถูกจับกุมตัวได้ที่สนามบินหลังกำลังเช็กอินเพื่อจะขึ้นเครื่องหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา ส่วนนางสาวหยางเจิน ถูกจับกุมได้ที่บ้านเช่าย่านลาดพร้าววังหิน สอบปากคำทั้งคู่ให้การสารภาพว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุรีดไถเงินผู้เสียหายในครั้งนี้ สาเหตุมาจากเรื่องของความแค้นส่วนตัว เนื่องจากนางสาวหยางเจิน เป็นอดีตภรรยาของหนึ่งในผู้เสียหาย ก่อนจะเลิกรากันไป จากนั้นนางสาวหยางเจิน ไปมีสามีใหม่นั่นก็คือนายหลิวบู ระหว่างที่คบกันก็มีการเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังว่านางสาวหยางเจิน เคยถูกผู้เสียหาย กดขี่ และทำร้ายร่างกาย หลังนายหลิวบู ทราบเรื่องก็เกิดความแค้นใจตามภรรยา

ต่อมานายหลิวบู จึงวางแผนที่จะปล้นเงินผู้เสียหาย โดยติดต่อนายตง ซึ่งเป็นชาวจีน จากนั้นนายตง ก็ได้ไปติดต่อผู้ก่อเหตุอีก 3 รายซึ่งเป็นชาวเมียนมา ก่อนจะไปรวมตัวกันที่บ้านเช่าย่านลาดพร้าววังหินเพื่อวางแผน โดยให้อดีตภรรยาผู้เสียหายทำทีติดต่อไปหาผู้เสียหายว่าจะมีคนนำเงินดิจิทัลมาแลกเป็นเงินสด โดยให้เตรียมเงินสดเอาไว้จำนวน 3,200,000 บาท แล้วจะมีคนเข้าไปเอาที่บริษัทในซอยรัชดาภิเษก 24 หลังจากอดีตภรรยาโทรหาผู้เสียหายเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเพียงแค่ 15 นาที กลุ่มคนร้ายก็บุกเข้าไปบริษัทผู้เสียหายตามที่เห็นภาพในกล้องวงจรปิด ก่อนจะปล้นเงินสดได้จำนวน 3,200,000 บาท ที่อยู่ในบริษัท รถยนต์ และเงินที่ติดตัว ต่อมาคนร้ายก็พาผู้เสียหายขึ้นไปยังรถยนต์ฮอนด้าซึ่งเป็นรถของผู้เสียหาย และพาขึ้นรถเก๋งโตโยต้าอีกหนึ่งคน ต่อมากลุ่มคนร้ายพาผู้เสียหายขับรถออกจากบริษัทมุ่งหน้าไปยังวงเวียนบางเขน ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครนายก แล้วพาผู้เสียหายไปอยู่ในซอยเปลี่ยวหนึ่งคืน แล้วขู่บังคับให้ผู้เสียหายโอนเงินดิจิทัลอีก 270,000 USDT โดยให้เงื่อนไขว่าถ้าหากไม่โอนก็จะถูกฆ่าทิ้ง

Advertisement

หลังผู้เสียหายโอนเงินดิจิทัลให้คนร้ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลุ่มคนร้ายก็ขับมาส่งผู้เสียหายที่ซอยนวมินทร์ 100 ซึ่งผู้เสียหายเรียกให้เพื่อนมารับก่อนจะเข้ามาแจ้งความ ส่วนกลุ่มคนร้ายก็ได้กลับไปยังบ้านเช่าย่านลาดพร้าววังหินอีกครั้ง ก่อนจะแบ่งเงินแล้วแยกย้ายกันไป ส่วนนายหลิวบู และนางสาวหยางเจิน เดินทางไปที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ก่อนจะวกกลับส่งนายหลิวบู ขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ จนกระทั่งถูกจับกุมในเวลาต่อมา สำหรับผู้ต้องหาอีก 4 ราย พบว่าข้อมูลล่าสุดในขณะนี้หลบหนีออกผ่านทางด่านผักกาดจังหวัดจันทบุรี ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนเร่งนำตัวมาดำเนินคดี

ในส่วนบริษัทของผู้เสียหายที่ได้เปิดเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเพราะสาเหตุใดถึงสามารถรับแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลได้ด้วย รวมถึงหาแหล่งที่มาของเงินสดที่ได้นำมาแลกเปลี่ยนกับเงินดิจิทัล ว่าหาจากไหนถึงหามาได้มากขนาดนี้

ต่อมาเวลา 14:20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนางสาวหยางเจิน หนึ่งในผู้ต้องหา และเป็นอดีตภรรยาของหนึ่งในผู้เสียหาย ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา เพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา ซึ่งระหว่างที่คุมตัวออกมาจากห้องควบคุมผู้ต้องหาเดินไปขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหานั้น ปรากฏว่านางสาวหยางเจินมาเจอกับสื่อมวลชนที่รอเก็บภาพอยู่ด้านหน้า จู่ๆ นางสาวหยางเจิน ก็ร้องไห้ก่อนจะวิ่งเอาหัวไปชนกับผนังปูน ก่อนล้มลงไปที่พื้น ซึ่งเรียกได้ว่าเหตุการณ์ชุลมุนอยู่พักหนึ่ง ทางตำรวจจึงคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ ก่อนจะคุมตัวขึ้นรถเพื่อนำตัวไปฝากขัง