ทนายบอสพอล ลั่นตร.ลิดรอนสิทธิ สั่งพนง.ดิไอคอน ปิดมือถือ สอบ8ชม. ไม่ให้ติดต่อคนนอก

23.10.24 | 16:49 น.

ทนายบอสพอล ลั่นตร.ลิดรอนสิทธิ สั่งพนง.ดิไอคอน ปิดมือถือ สอบ8ชม. ไม่ให้ติดต่อคนนอก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 ตุลาคม ที่ สน.พหลโยธิน นายวิฑูรย์ เก่งงาม ทนายความนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล พาพนักงานบริษัทดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด เข้าบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ บก.ปคบ.ตรวจค้น 11 จุดที่เกี่ยวข้องกับคดีดิไอคอน พร้อมยึดของกลางและเชิญตัวพนักงาน 10 ราย มาสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กว่า 8 ชม. และให้พนักงานทั้งหมดปิดมือถือไม่ให้ติดต่อบุคคลภายนอก หากจะติดต่อจะต้องเปิดลำโพงมือถือ จึงรู้สึกว่าทำเกินไป ไม่ได้มีประเด็นอะไรกับการทำหน้าที่ของตำรวจ เพียงแต่ว่าอย่าเกินเส้นของกฎหมาย

เข้าใจว่าอาจจะทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แต่ก็ไม่ได้อยากจะแจ้งความดำเนินคดี ม.157 กับเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการเพราะเจ้าหน้าที่ก็ทำหน้าที่ของเขา แต่ที่มาที่ สน.พหลโยธิน เพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่ในอนาคตหากพนักงานบริษัทต้องการดำเนินคดีก็จะใช้บันทึกประจำวันเป็นหลักฐานชั้นศาล โดยวันที่ 25 ต.ค. จะพาพนักงานไปร้องเรียนต่อที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

เพราะอยากให้ช่วยตรวจสอบการทำหน้าที่ชุดตรวจค้นว่าตามกรอบอำนาจกฎหมายหรือไม่ จะดำเนินการทางวินัยอย่างไรก็ว่ากันไป แต่ไม่ได้อยากดำเนินคดีอาญากับทางตำรวจ เพราะรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ชุดทำงาน และหากมีเวลาเหลือก็จะพาพนักงานไปร้องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่ามีการดำเนินการที่อยู่นอกกรอบของรัฐธรรมนูญหรือไม่

นายวิฑูรย์กล่าวว่า ถามพนักงานแต่ละคนที่ถูกยึดมือถือ ว่ามีการเซ็นยินยอมหรือไม่ แต่ทุกคนเซ็นยินยอมทั้งหมด พนักงานเกรงว่าหากไม่เซ็นจะไม่ได้กลับบ้าน เพราะหลายคนไม่ทราบว่ามีสิทธิอะไรบ้าง โดยหลังจากตนเข้าให้ข้อมูลคลิปเสียงกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. จึงกลับบ้านและกลับออกมาที่ บช.ก.อีกครั้ง เพื่อมาดูพนักงานที่ถูกสอบปากคำจึงเข้าไปห้องที่มีการสอบปากคำอยู่

พบมีตำรวจอยู่หลายนายแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรกัน สภาพแวดล้อมการทำหน้าที่ไม่เอื้อให้ตัวพนักงานได้มีสิทธิที่จะตัดสินใจหรือแม้แต่ติดต่อบุคคลภายนอก ไม่ได้มีการขู่ตรงๆ แต่ใช้ท่าทาง อาจจะมีคำพูดที่ทำให้พนักงานตกใจหรือกดดันบ้าง ประเด็นต่อมาคือทราบมาว่า

Advertisement

ขณะนี้มีการเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาชุดที่สอง ซึ่งอยากส่งสารไปถึงกระบวนการยุติธรรมให้ช่วยพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยละเอียดว่ามีเหตุเพียงพอที่จะออกหมายจับหรือไม่ เพราะออกหมายเรียกผู้ที่ถูกเรียกก็พร้อมให้ข้อมูล แต่หากออกหมายจับเท่ากับว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการต่อสู้คดีหรือการชี้แจงคดีหรือไม่

นายวิฑูรย์กล่าวอีกว่า วันที่ 24 ต.ค. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมบอสพอลได้แล้วนั้น ตนติดภารกิจแต่จะฝากหนังสือมอบอำนาจให้ทีมทนายความเข้าไปให้บอสพอลเซ็นมอบอำนาจให้ตนดำเนินคดีกับนักร้อง ก. ข้อหากรรโชกทรัพย์ มั่นใจว่ามีหลักฐานที่จะเอาผิดได้ โดยมีคลิปเสียงขนาด 1.86 GB ส่งมอบให้ตำรวจแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าคลิปเสียงที่ก่อนหน้านี้ปรากฏเสียงนักการเมือง ส. เรียกรับเงิน เหตุใดตอนนี้ถึงพุ่งเป้าไปที่นักร้องเรียน ก. เพียงคนเดียว นายวิฑูรย์กล่าวว่า บอสพอลยืนยันกับตัวเองว่าไม่ได้จ่ายเงินให้กับทาง ส. จึงไม่ได้ดำเนินคดี เมื่อวันที่ 22 ต.ค. พบกับบอสพอลและเปิดเผยกับตนว่าไม่ต้องกังวลว่าจะออกวันไหน ไม่ต้องมานั่งเครียดว่าจะต้องประกันตัวได้เมื่อไหร่ ให้ตนทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่

ขณะที่นางเอ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี หนึ่งในพนักงานที่ถูกเชิญตัวมาสอบปากคำ กล่าวว่า ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบุคคล วันที่ถูกเชิญตัวมาสอบสวนเกิดจากได้รับโทรศัพท์จากพนักงานคนหนึ่งแจ้งว่าตำรวจต้องการเข้าพบจึงเข้ามาบริษัททันที โดยยินยอมให้ตรวจค้น จากนั้นเชิญตนและพนักงานอีกคนหนึ่งไปสอบปากคำที่ห้องหนึ่ง แต่ก่อนหน้านั้นมีการขอให้นำมือถือออกมาวางไว้และเปิดโหมดเครื่องบินการตรวจค้นก่อนหน้านี้ที่บริษัทเคยเจอแต่ไม่เคยโดนเช่นนี้ บอกเลยว่าไม่สบายใจที่การกระทำลักษณะนี้เป็นอย่างมาก หลังจากนั้นตำรวจแจ้งว่าจะขอเชิญตัวไปสอบปากคำที่ บช.ก.ต่อ ซึ่งไม่ได้มีหมายเชิญตัวมาตั้งแต่เข้ามาตรวจค้น แต่เพิ่งจะมาเขียนหมายเชิญตรงนั้นเลยเมื่อถึงที่ บช.ก.

เจ้าหน้าที่สอบปากคำโดยสอบถามข้อมูลต่างๆ ของบริษัทและพูดในลักษณะชี้นำว่าตนนั้นคือคีย์แมนบริษัทใช่หรือไม่ โดยรู้สึกว่าการพูดในลักษณะดังกล่าวเป็นการพูดในเชิงกดดันและรู้สึกว่าไม่มีความเป็นธรรม โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการสอบสวนตนและเพื่อนพนักงานรายอื่นรวมกัน 10 ราย ตั้งแต่เวลา 12.00 น. จนถึง 20.00 น. จากการสอบถามพยานรายอื่นๆ ก็โดนเหมือนกันทุกคน โดยระหว่างสอบปากคำเจ้าหน้าที่ยึดมือถือทุกรายตั้งแต่มาถึงที่ บช.ก. ทำงานกับบริษัทมา 2 ปี รู้จักกับบอสพอลแต่ไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้น ทำงานในฐานะลูกน้องกับเจ้านาย ก่อนที่บอสพอลถูกจับกุมมีการให้กำลังใจลูกน้องทุกคนในบริษัทว่าไม่ต้องกังวลใดๆ โดยตลอดการทำงานที่ผ่านมามองว่าบอสพอลดูแลพนักงานทุกคนเป็นอย่างดีและสั่งสอนในการใช้ชีวิตต่างๆ อย่างดี