ดีเอสไอ รับคดีฟอกเงิน ดิไอคอน เป็นคดีพิเศษ ตามประกาศ กคพ. บัญชีแนบท้ายข้อ 7
จากกรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินการสืบสวนคดี ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด เลขสืบสวนคดีพิเศษที่ 178/2567 ต่อมา พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่กองคดีการฟอกเงินทางอาญา และศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ได้นำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นอาคารที่เป็นแหล่งซุกซ่อนทรัพย์สินของนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ผู้ก่อตั้งบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ภายในห้องเช่าเแห่งหนึ่ง ซอยรามอินทรา 9 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้แจ้งหมายผ่านกลุ่มไลน์ เชิญสื่อมวลชนระบุว่า “วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2567) เวลา 14.00 น. พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวการรับคดีฟอกเงิน กรณีดิไอคอน เป็นคดีพิเศษ ณ ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารเอ) ถนนแจ้งวัฒนะ”
ทั้งนี้ มติชนออนไลน์ ได้รับการยืนยันจากผู้บริหารระดับสูง ของดีเอสไอ ว่า ดีเอสไอจะรับ คดีฟอกเงิน กรณีดิไอคอน เป็นคดีพิเศษ ตามประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547
ซึ่งคดีดังกล่าวนั้น เป็นไปตาม บัญชีท้ายประกาศ กคพ. ในข้อที่ 7 คือ คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คดีความผิดที่มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 60 และมาตรา61 แห่งพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่มีความผิดมูลฐานเป็นคดีพิเศษซึ่งอยู่ในอำนาจ ของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือคดีความผิดมูลฐานที่เป็นคดีอาญาอื่นที่มีมูลน่าเชื่อว่ามีทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิดที่มีมูลคำตั้งแต่300ล้านบาทขึ้นไป
เป็นอำนาจของอธิบดีดีเอสไอสามารถดำเนินการได้ทันที


