รบ.จ่อแก้ กม.แชร์ลูกโซ่ ลงโทษถึงแม่ข่าย ‘บิ๊กอ้อ’ ยันโอนคดีดิไอคอนไป DSI ไม่สุญญากาศ

28.10.24 | 06:39 น.

รบ.จ่อแก้ กม.แชร์ลูกโซ่ ลงโทษถึงแม่ข่าย ‘บิ๊กอ้อ’ ยันโอนคดี ‘ดิไอคอน’ ไปดีเอสไอ ไม่สุญญากาศ ยอดเหยื่อ 9,472 สูญ 2,918 ล. ‘อัจฉริยะ’ ปัดตีเนียนเข้าเรือนจำ

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีปัญหาแชร์ลูกโซ่ที่กำลังระบาดในปัจจุบัน หรือกรณีดิไอคอนนั้น กระทรวงการคลังได้รับมอบหมายจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการปรับแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนปี 2527 หรือ พ.ร.บ.แม่ชม้อย เพื่อให้กฎหมายเหล่านี้ทันสมัยมากขึ้น เพราะกฎหมายนี้ใช้ตั้งแต่ปี 2527 รวมทั้งยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกหลายฉบับที่ต้องได้รับการปรับปรุงเช่นเดียวกัน อาทิ พ.ร.บ.เกี่ยวกับการขายตรง และตลาดแบบตรง พ.ศ.2545, พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ปี 2560, พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินปี 2542 ซึ่งการเกิดกรณีดิไอคอนนี้ เป็นการเร่งให้มีการปรับแก้กฎหมายได้รวดเร็วขึ้น

นายจุลพันธ์กล่าวว่า เบื้องต้นกฎหมายฉบับที่ปรับปรุงใหม่ จะมีการปรับแก้ข้อกำหนดหลายประเด็น เช่น การปรับเพิ่มโทษ โดยสามารถเอาผิดไปถึงระดับแม่ข่าย ที่อยู่ในระดับล่างกว่าตัวแทน หรือดีลเลอร์ เนื่องจากกฎหมายในปัจจุบันเอาผิดได้เฉพาะระดับบนๆ หรือบอสเท่านั้น

ขณะที่ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าชุดทำคดีบริษัทดิไอคอนกรุ๊ป เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 ตุลาคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก) จะทำการโอนสำนวนคดีของดิไอคอนกรุ๊ปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งการโอนสำนวนในครั้งนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษสำหรับส่วนของผู้เสียหาย ที่จะเข้ามาแจ้งความ ในคดีดิไอคอนกรุ๊ป หลังจากมีการโอนสำนวนไปให้ดีเอสไอแล้ว เท่าที่คุยกันไว้ ทางตำรวจจะยังช่วยในเรื่องของการรับแจ้งความให้อยู่ ไม่เช่นนั้นจะเกิดเป็นสุญญากาศ โดยประชาชนสามารถเดินทางมาแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ต่อไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง จากนั้นตำรวจจะส่งเรื่องการแจ้งความไปให้ดีเอสไออีกต่อหนึ่ง

ด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 โดยระบุว่า ตามที่สื่อมวลชนหลายสำนัก ได้นำข่าวต้นฉบับเดียวกัน แชร์ข่าวไปว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เล็งคาดโทษนายอัจฉริยะ ปมละเมิดพื้นที่เรือนจำโดยใช้ข้อความอันเป็นเท็จ ว่า ตนเข้าไปในห้องสอบสวนโดยวิธีตีเนียนเข้าไปร่วมรับฟังการสอบสวนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และผิดระเบียบกรมราชทันฑ์ และอ้างว่ารักษาราชการผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพได้ให้ข่าว ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด การเข้าไปในห้องสอบสวนของตน ได้ทำหนังสือถูกต้องและได้รับอนุญาตจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้ว หาใช่เป็นการตีเนียนตามที่สื่อมวลชนลงข่าวแต่อย่างใด การลงข่าวเท็จหรือเฟคนิวน์ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

Advertisement