‘ดีเอสไอ’ ประชุมร่วมตำรวจ หารือรับ ‘ดิไอคอน’ เป็นคดีพิเศษ ยันทำงานร่วมกัน

29.10.24 | 14:08 น.

‘ดีเอสไอ’ประชุมร่วมตำรวจ หารือรับ ดิไอคอน เป็นคดีพิเศษ ยันทำงานร่วมกัน เชื่อกม.ดีเอสไอบูรณาการทำงานได้มากกว่า

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะประธานกลั่นกรองการรับคดีพิเศษ ได้เชิญผู้แทนกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และตำรวจสอบสวนกลางชุดทำคดีดิไอคอนกรุ๊ปมาหารือร่วมกัน เพื่อพิจารณาว่า เป็นคดีพิเศษที่จะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 หรือไม่ หลัง ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ได้ส่งมอบสำนวนคดีดิไอคอนกรุ๊ป จำนวน 92,289 แผ่น ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการ โดยทางฝั่งของตำรวจสอบสวนกลางมี พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เข้าร่วมหารือ

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ กล่าวก่อนการประชุมว่า เมื่อวานนี้ให้ทีมคณะทำงานชุดเล็กได้ตรวจสำนวนเบื้องต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนแต่ยังไม่ใช่ทั้งสำนวน เพราะสำนวนทั้งหมดยังมาไม่ครบ และวันนี้ ร.ต.อ.วิษณุ ในฐานะประธานกลั่นกรองการรับคดีได้เรียกประชุมโดยได้เชิญทางตำรวจมาชี้แจงข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา ซึ่งจะมีการหารือตามขั้นตอนลำดับแรกเพื่อดูว่าจะรับเป็นคดีพิเศษในช่องทางไหน จะทางอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษรับเอง หรือเข้าบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษในการพิจารณา 

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวด้วยว่า หลังจากนั้นจะตรวจรับโอนสำนวนและประชุมร่วมกับทางตำรวจว่าทำอะไรไปแล้วเพื่อวางแผนการทำต่อ เพราะอำนาจการสอบสวนของดีเอสไอกับตำรวจเป็นอำนาจเดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นการถ่ายโอนอำนาจผ่านกันมาแล้วสอบต่อ และดีเอสไอจะต้องวางรูปคดีเพื่อเร่งดำเนินการ เพราะคดีนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวอยู่ จึงต้องเร่งระยะเวลาในการดำเนินการเพราะเป็นเรื่องสำคัญ ก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ที่ตำรวจยังส่งสำนวนมาไม่ครบ เนื่องจากสำนวนมีปริมาณมาก กระจายกันทั่วประเทศ และตำรวจต้องมาเร่งเรื่องการจัดระบบเอกสาร จัดเป็นรูปสำนวน และมีบัญชีความเสียหาย มีการเรียงลำดับคำให้การพยาน

Advertisement

พ.ต.ต.วรณันกล่าวอีกว่า ในส่วนของสำนวนเอกสารกว่า 90,000 หน้าที่ บก.ปคบ.ส่งมาเบื้องต้นในล็อตแรกนั้น หลังจากนี้ก็จะเชิญตำรวจพูดคุยว่า ท่านทำอะไรมาแล้วไปบ้าง ข้อเท็จจริงที่ได้เป็นอย่างไร ส่วนดีเอสไอจะรับด้วยวิธีไหนเป็นเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันว่าตำรวจกับดีเอสไอทำงานร่วมกันอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนเจ้าภาพ เพราะดีเอสไอมีกฎหมายช่องทางในการบูรณาการการทำงานได้มากกว่า กฎหมายอาญาปกติ

พ.ต.ต.วรณันยังกล่าวอีกว่า ส่วนข้อหาฟอกเงิน ดีเอสไอรับไว้แล้วก่อนหน้านี้ เพราะเน้นความสำคัญเรื่องนี้เพราะเป็นช่องทางที่จะได้ทรัพย์ไปสู่ประชาชนโดยผ่าน ปปง. ส่วนเมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะแจ้งข้อกล่าวหาฟอกเงินเลยหรือไม่นั้น คงเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง