บช.ก. เร่งตรวจสอบ ข้อเท็จจริง กรณี ‘อัจฉริยะ’ เข้าเรือนจำ พร้อมพนักงานสืบสวน

29.10.24 | 15:19 น.

บช.ก. เร่งตรวจสอบ ข้อเท็จจริง กรณี ‘อัจฉริยะ’ เข้าเรือนจำพร้อมพนักงานสืบสวน

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าพบนายจิระวัฒน์ แสงภักดี (โค้ชแล็ป) ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 ต.ค.67 ว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบนายอัจฉริยะเข้าพบโค้ชแล็ปในเรือนจำ เป็นพนักงานสืบสวน ไม่ใช่พนักงานสอบสวน โดยมีญาติของฝ่ายถูกกล่าวหาติดต่อมา ตนไม่มีรายละเอียด ทราบแต่ว่ามีการเปิดให้เยี่ยมญาติ และถ้าเรือนจำอนุญาต นายอัจฉริยะก็สามารถเข้าเยี่ยมได้

เมื่อถามว่า การเข้าห้องสอบสวนในเรือนจำ บุคคลไม่ใช่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าได้หรือไม่ พล.ต.ต.สุวัฒน์เผยว่า ถ้าไม่ใช่การสอบสวน ไปเพียงการพูดคุยหาข้อเท็จจริงปกติทำได้ ซึ่งวันนั้นตำรวจเข้าไปก็ไม่ได้สอบปากคำ แต่พูดคุยเรื่องทั่วไป

พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวอีกว่า มีทีมดำเนินการตรวจสอบ และต้องชี้แจงได้ในภายหลัง ถ้าผลการตรวจสอบออกแล้ว ตนไม่ได้ตรวจสอบเองยังตอบได้ไม่ชัดเจน

เมื่อถามว่าจุดเริ่มต้นมาจากกรณีอ้างว่ามีตำรวจ ปคบ.จะรีดเงินไม่ให้ออกหมายจับโค้ชแล็ป 9 ล้านบาท ภรรยาโค้ชแล็ปและเพื่อนรุ่นพี่โค้ชแล็ป ได้ประสาน นายอัจฉริยะ เข้าในเรือนจำ เพื่อเซ็นมอบอำนาจ ซึ่งตำรวจได้สอบถามกับทางภรรยาและเพื่อนรุ่นพี่โค้ชแล็ปหรือไม่ พล.ต.ต.สุวัฒน์เผยสั้นๆ ว่า ประเด็นดังกล่าวยังไม่ทราบข้อเท็จจริง และว่านายอัจฉริยะไม่ได้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ทั้งราชทัณฑ์และตำรวจ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะต้องมีคำตอบว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบหรือไม่

Advertisement

ถ้าเป็นในกรณีการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาจะต้องเป็นการได้รับอนุญาตจากการระบุตัวโดยผู้ต้องหาเท่านั้น คือเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้ใครเข้าร่วมรับฟังในการสอบปากคำ เป็นสิทธิตามกฎหมายของผู้ต้องหา