เจ้าอาวาสวัดดัง ยอมสึกแล้วหลังเมาแล้วขับพุ่งชนรถ ผอ.เรือนจำลำพูน บาดเจ็บสาหัส เรียกชาวบ้านประชุม เลือกเจ้าอาวาสเอง หวั่นไม่ถูกใจ ตร.ยันไม่เลือกปฏิบัติ รวบรวมพยานหลักฐาน ส่งฟ้องอัยการ ให้ศาลพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พระครูอาทรวิสุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดหนองตอง ต.หนองตอง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ในฐานะเจ้าคณะอำเภอหางดง เผยกรณี พระครูประดิษฐ์พัฒนสาร (โยธิน ฐิตสาโร) เจ้าอาวาสวัดเจริญราษฎร์ (ร้องแหย่ง) หมู่ 5 ต.ต้นเกว๋น เมาแล้วขับ พุ่งชนรถ นายพงศกร พงศ์รัตนพร ผู้อำนวยการส่วนสวัสดิการและสงเคราะห์ เรือนจำกลางจังหวัดลำพูน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม หรือ 6 วันที่ผ่านมาว่า
ก่อนหน้านั้นไม่ทราบเรื่อง เพราะไม่มีใครแจ้งให้ทราบ จนเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานมา หลังรับแจ้งความเป็นคดีแล้ว จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการ และศรัทธาวัดเพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าว ซึ่งมีข้อสรุปว่า ต้องการให้พระดังกล่าวลาออกจากเจ้าอาวาสและย้ายวัดไปจำพรรษาที่อื่นไม่ได้ให้สึกแต่อย่างใด พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินภายในวัดไม่พบความผิดปกติ หรือสูญหาย เบื้องต้นได้ให้คณะกรรมการวัดบันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้ว
จากนั้นได้เรียกพระครูประดิษฐ์พัฒนาสารมาสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งพระครูยอมรับตามข้อกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ จึงให้ลาสิกขาบท หรือสึก จากความเป็นพระแล้ว ซึ่งเจ้าอาวาสได้สึกตามความสมัครใจ โดยไม่มีการบังคับใดๆ ดังนั้นการดำเนินการทางวินัยสงฆ์ ถือว่าได้สิ้นสุดแล้ว เพราะได้ดำเนินการตามขั้นตอนวินัยสงฆ์ และพุทธบัญญัติแล้ว ผิดเป็นผิดถูกเป็นถูก ไม่ได้ช่วยเหลือหรือปกป้องพระสงฆ์ที่กระทำผิดอย่างใด
ส่วนคดีความทางโลก ให้เป็นไปตามกฎระเบียบกฎหมายเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีดังกล่าว ดำเนินการตามขั้นตามกระบวนการยุติธรรม เพราะมีทั้งโจทก์และจำเลย ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคลไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับคณะสงฆ์อย่างใด
“ภายหลังที่เจ้าอาวาสสึกแล้วได้พูดคุยกับคณะกรรมการและศรัทธาวัดแล้ว เกี่ยวกับการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดรูปใหม่ ซึ่งให้คณะกรรมการและศรัทธาวัดเป็นผู้เลือกเอง ถ้าแต่งตั้งให้อาจไม่ถูกใจ หรือไม่เป็นที่ยอมรับได้
ซึ่งต้องรอความเห็น หรือมติที่ประชุมก่อน ว่าต้องการให้พระรูปใดรักษาการเจ้าอาวาสไปก่อน เพราะตอนนี้ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่เลย” พระครูสุนทรวิสุทธิคุณกล่าว
พ.ต.อ.วีร์กวิน เสริมศรีธนชัย ผกก.สภ.หางดง กล่าวว่า คดีดังกล่าวคืบหน้าไปพอสมควรอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะหลักฐานทางการแพทย์เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี ส่วนการตรวจวัดแอลกอฮอล์อดีตเจ้าอาวาส พบว่าสูงกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงได้แจ้งข้อหากระทำผิดตาม
พ.ร.บ.จราจร ม.43 (2) และ(4) ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นทรัพย์สินเสียหายและได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งคดีดังกล่าวต้องสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติม และยืนยันว่าไม่ได้เลือกปฏิบัติ ทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการส่วนการให้ประกันตัว เพราะผู้ต้องหาไม่ได้หลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง สามารถติดต่อได้ ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นคดีจราจร ที่ผู้ต้องหาใช้สิทธิประกันตัวได้ตามกฎหมาย ไม่มีอภิสิทธิ์อย่างใด
อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน ต้องสอบพยานแวดล้อมว่าพระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมอย่างไร เพราะวัดดังกล่าว มีพระสงฆ์เพียงรูปเดียว เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี ก่อนส่งฟ้องอัยการ และศาล เพื่อพิจารณาคดีตามลำดับ

