ความคืบหน้าคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู ที่ขอความเป็นธรรมกับกระทรวงยุติธรรม(ยธ.) เพื่อให้รื้อคดีพิจารณาใหม่ หลังถูกตัดสินจำคุกคดีขับรถชนคนตาย โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลจังหวัดนครพนม สืบพยานทั้งฝ่ายผู้ร้อง และฝ่ายคัดค้าน ระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ศาลจังหวัดนครพนม นายพงศา ราตรี ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ที่ดูแลคดี เดินทางมาพร้อมนางจอมทรัพย์ นำเอกสารสรุปสำนวนการสืบพยาน มาแถลงปิดคดี หลังสืบพยานแล้วเสร็จ
นายพงศากล่าวว่า รวบรวมเอกสารสรุปสำนวนมาแถลงต่อศาลจังหวัดนครพนม เป็นข้อมูล เอกสารหลักฐาน ที่ยืนยันเกี่ยวกับข้อเท็จจริงว่านางจอมทรัพย์ ไม่ใช่คนขับรถชนคนตาย รวมถึงเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับรถยนต์ของนางจอมทรัพย์ที่ไม่มีการนำหลักฐานเกี่ยวข้องมายืนยันต่อศาล ส่วนกระบวนการพิจารณาตัดสิน ต้องรอสำนวนและร่างความเห็นไปยังสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 เพื่อตรวจสอบเพื่อส่งไปยังศาลฎีกาพิจารณาตัดสิน
ส่วนระยะเวลาไม่สามารถกำหนดได้ หน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมอีกส่วนหนึ่งจะได้เข้าไปดูปัญหาภาระหนี้สิน เนื่องจากนางจอมทรัพย์ ได้ขอความช่วยเหลือให้ดูแล เนื่องจากมีภาระหนี้สินที่เคยกู้ยืมจากสถาบันการเงินหลายแห่ง มีวงเงินสูงกว่า 4 ล้านบาท ช่วงรับราชการครู แต่ขาดผ่อนชำระในช่วงจำคุก ทำให้สถาบันการเงินบางแห่งฟ้องร้องดำเนินคดี อยู่ระหว่างไกล่เกลี่ย ซึ่งกระทรวงยุติธรรมจะเข้าไปดูรายละเอียดและหาทางช่วยเหลือ อาจจะเจรจาให้ชะลอการผ่อนชำระ หรือการชะลอการจ่ายดอกเบี้ย จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ส่วนการเข้ารับราชการครูยังต้องรอผลการตัดสินของศาลฎีกา
นางจอมทรัพย์กล่าวว่า กำลังใจยังดี ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ส่วนผลคดีออกมาอย่างไรต้องยอมรับ ทุกวันนี้ยังใช้ชีวิตปกติ แต่ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ส่วนหนึ่งที่กังวลไม่ใช่เรื่องผลคดี แต่เป็นปัญหาภาระหนี้สิน เพราะช่วงถูกดำเนินคดี ไม่สามารถผ่อนชำระได้ ทรัพย์สินบางอย่างต้องขายใช้หนี้ ทั้งหนี้สถานบันการเงิน และหนี้นอกระบบ จึงอยากให้กระทรวงยุติธรรมดูแลช่วยเหลือ และหากสถาบันการเงินเจ้าหนี้จะเมตตาช่วยชะลอการผ่อนชำระ หรือชะลอดอกเบี้ย เพราะไม่มีรายได้ และไม่ได้มีเจตนาผิดชำระ ซึ่งสถาบันการเงินบางแห่งยื่นฟ้องร้องแล้ว จึงอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลือ

