ศาลอนุมัติหมายจับ อดีตส.ส.เพื่อไทย อุทัยฯ คดีจ้าง 3หมื่น ฆ่าสารวัตรกำนัน

7.03.17 | 22:55 น.
นายสุภาพ โต๋วสัจจา(เสื้อลาย) อดีตสส.เพื่อไทย เข้ามอบตัว

เมื่อเวลา 19.45น. วันที่ 7 มีนาคม ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บังคับการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบ พล.ต.ต.บัญชา ปั้นประดับ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี และทีมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดีฆ่า 2 คดี 4 ศพ และผลการปูพรมกวาดล้างอาวุธสงครามในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งสิ้น 22 จุด เนื่องจากช่วงที่ผ่านมานั้นพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี มีการใช้อาวุธสงครามในการก่อเหตุซึ่งถือเป็นคดีสะเทือนขวัญกับสังคม
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่าตร.ได้พิจรณาแล้วเห็นว่า คดีดังกล่าวคนร้ายได้กระทำการอย่างอุกอาจใช้อาวุธสงครามในการก่อเหตุ กระทำความผิดเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น โดยตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 13/2559 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2559 เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมประเทศ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการออกสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
จากการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้พบว่า คดีฆ่า 2 คดีและมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 4 ศพนั้น มีมือปืนเป็นผู้ลงมือรายเดียวกัน คือ นายธเนศ หรือกั๊ก อายุ 21 ปี ชาวอ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เป็นหนึ่งในคนร้ายที่ร่วมกระทำความผิด ต่อมาวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหาร ได้อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/58 ลงวันที่ 1 เมษายน 2558 เข้าควบคุมตัวนายธเนศ เพื่อทำการซักถาม โดยต่อมานายธเนศได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเองนั้นเป็นผู้กระทำผิดจริง โดยทำหน้าที่เป็นมือปืนยิงผู้ตายทั้ง 2 คดี และมีผู้ร่วมกระทำความผิดร่วมด้วยทั้ง 2 คดี คือ

1.คดีฆ่า นายบุญจันทร์ ชาลีนิวัฒน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี โดยคดีนี้มี นายบุญยิ่ง จันทร อายุ 60 ปี ชาวต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี เป็นผู้รับงานและมาว่าจ้าง นายธเนศ ให้ลงมือกระทำความผิด โดยมีนายบุญยิ่ง ทำหน้าที่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปก่อเหตุ โดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 10.30 น. เหตุเกตุที่ หมู่ 4 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี โดยนายธเนศนั้นได้ให้การซัดทอดว่า ได้รับการว่าจ้างให้ลงมือฆ่าผู้ใหญ่บุญจันทร์ จากนายสุชาติ อ่อนทิมวงษ์ อายุ 48 ปี ชาวต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ และนายสุชาติ ได้ให้การซัดทอดต่อว่าได้รับงานมาจาก น.ส.เยาวพร รัตนมณีพันธ์ อายุ 47 ปี ชาวต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งดำรงตำแหน่งกำนัน ต.ลานสัก โดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท โดยมีมูลเหตุมาจากการเมืองท้องถิ่นและเรื่องการถมดินสระ

ส่วนคดีที่ 2. คดีฆ่า นายจำเนียร มาหัวเขา กับพวก รวม 3 ศพนั้น มีนายบุญยิ่ง จันทร เป็นผู้รับงานและมาทำการว่าจ้างนายธเนศ ซึ่งเป็นมือปืนที่ก่อเหตุในคดีแรกอีกครั้ง โดยมี นายศราวุธ เรืองตาตะ อายุ 32 ปี ชาวต.บ่อยาง อ.สว่างอารมณ์ และ นายมนัส หว่างจีน อายุ 39 ปี ชาว ต.บ่อยาง อ.สว่างอารมณ์ ทำหน้าที่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และชี้เป้าหมายผู้ตายเพื่อให้นายธเนศ ลงมือยิง โดยเหตุนั้นเกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 เวลาประมาณ 23.40 น. โดยเหตุเกิดขึ้นที่ หมู่ 5 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ นายจำเนียร มาหัวเขา นายบุญถิ่น กุลธานี และ นายลำดวน พันทะ พร้อมด้วยผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ซึ่งทั้งหมดที่ถูกยิงนั้นไม่ใช่เป้าหมาย โดยเป้าหมายนั้นคือ นายสุชิน นุ่มภักดี ซึ่งเป็นสารวัตรกำนัน ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งรอดจากการถูลอบยิงได้อย่างหวุดหวิด โดยผู้ต้องหาได้ให้การซัดทอดว่าได้รับการว่าจ้างมาจาก นายสุภาพ โต๋วสัจจา อายุ 67 ปี ชาวต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย โดยได้รับค่าจ้างในราคา 30,000 บาท โดยมีมูลเหตุมาจากการเมืองท้องถิ่น และเหมืองแร่ และนอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอาวุธปืน M 16 พร้อมเครื่องกระสุนของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งได้นำไปฝังไว้ที่ ต.บ่อถ้ำ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร

จากนั้นพนักงานสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติออกหมายจับต่อศาลจังหวัดอุทัยธานี โดยศาลได้อนุมัติให้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คดี ประกอบด้วย 1. นายธเนศ หรือกั๊ก ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นฯ (มือปืน) 2.นายบุญยิ่ง หรือดำ จันทร อายุ 60 ปี ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นฯ (ผู้รับจ้าง)3.นายมนัส หว่างจีน อายุ 39 ปี ฐานร่วมกันพยายามฆ่าและฆ่าผู้อื่นฯ (คนชี้เป้า) 4.นายศราวุธ เรืองตาตะ อายุ 32 ปี ฐานร่วมกันพยายามฆ่าและฆ่าผู้อื่นฯ (คนชี้เป้า) 5. น.ส.เยาวพร รัตนมณีพันธ์ อายุ 47 ปี ฐานเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นโดยการจ้างวาน หรือยุยง ส่งเสริมหรือกระทำผิดด้วยประการใด ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ผู้ว่าจ้างคดีแรก) 6.นายสุภาพ โต๋วสัจจา ฐานเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นโดยการจ้างวาน หรือยุยง ส่งเสริมหรือกระทำผิดด้วยประการใด ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 7.นายสุชาติ อ่อนทิมวงษ์ อายุ 48 ปี ฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่น โดยการใช้จ้างวาน หรือยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ผู้รับจ้าง) (หลบหนี)รวมผลการจับกุมในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 คน และได้ทำการส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

201703072223035-20140425161738

Advertisement