ทนายเผย ‘เจ๊อ้อย’ ไม่กังวลเรื่องคดีฟ้องทนายดัง ปมเงิน 71 ล้าน – 39 ล้าน

3.11.24 | 19:43 น.

ทนายเผย ‘เจ๊อ้อย’ ไม่กังวลเรื่องคดีฟ้องทนายดัง ปมเงิน 71 ล้าน – 39 ล้าน

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปราม (กองปราบ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 10.30 น.ที่ผ่านมา นางจตุพร อุบลเลิศ หรือ “มาดามอ้อย” พร้อมนายสมชาติ พินิจอักษร ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม กรณีแจ้งความร้องทุกข์ทนายดังฐานฉ้อโกงเงิน 71 ล้านบาท


ต่อมาเวลา 18.00 น. นายสมชาติ พินิจอักษร ทนายความเจ๊อ้อย ลงมาจากอาคาร บก.ป.เพื่อมาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว เปิดเผยว่า เป็นการมาให้ข้อมูลรอบที่ 3 ซึ่งเป็นการเก็บตกและให้ข้อมูลอย่างละเอียดเพิ่มเติม เพราะอยากจะให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดการสอบปากคำได้เพราะอยู่ในสำนวนคดี ส่วนประเด็นที่พนักงานสอบสวนสอบปากคำนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นคำถามในรายละเอียดของคดีที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ในทุกประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน จำนวน 71 ล้านบาท หรือ 39 ล้านบาท

สำหรับการที่ตำรวจจะไปตรวจค้นบ้านผู้ที่เกี่ยวข้อง ทนายสมชาติกล่าวว่า ก็เห็นเป็นไปตามที่ปรากฏในสื่อ แต่เจ๊อ้อย รู้จักกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเงิน จำนวน 39 ล้านบาท เช่นกัน โดยส่วนตัวกับคนชื่อ ส.เสือ ก็เคยรู้จักกันก่อนที่จะเกิดเหตุเพราะเคยไปที่ปากช่องและไปกับทนายคนดังกล่าว โดยรูปการณ์แล้วเจ๊อ้อยรู้จักกับคนชื่อ ส.เสือ จากทนายคู่กรณี แต่ความสัมพันธ์เชิงลึกระหว่างทนายคนดังกล่าวกับ ส.เสือ นั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ไม่ทราบ ส่วนที่มีกระแสข่าวบอกว่าตำรวจพาเจ๊อ้อยไปดูสถานที่เกี่ยวข้องกับเงิน 39 ล้านบาทนั้น ทนายบอกว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีการไปแต่อย่างใด

Advertisement

ด้านภาพรวมการสอบปากคำนั้น นายสมชาติเปรียบเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ที่สอบไปสำหรับวันนี้เมื่อเทียบกับการสอบปากคำ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ที่มากถึง 60-70% ซึ่งสันนิษฐานว่าภายในสัปดาห์หน้าการสอบปากคำเจ๊อ้อยจะเสร็จสิ้น ส่วนพยานปากอื่นๆ อีกประมาณ 2 คนคือ คุณน้อย เลขาส่วนตัวเจ๊อ้อยและคุณเหมี่ยวนั้นไม่แน่ใจว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด

นายสมชาติเปิดเผยอีกว่า เมื่อเช้าตนมารถคนละคันกับเจ๊อ้อย แล้วมาคนละรอบ โดยไม่ทราบว่าเจ๊อ้อยเข้าทางไหนของอาคาร ซึ่งการสอบปากคำวันนี้ตัวเจ๊อ้อยประสงค์จะลงมาพบปะกับสื่อมวลชน แต่ด้วยความที่สอบปากคำมาราธอนอย่างละเอียดนานเกือบ 10 ชั่วโมงตลอดทั้งวัน ทำให้มีอาการเพลีย กอปรกับต้องเดินทางไปกลับระหว่างกรุงเทพฯกับปากช่อง จ.นครราชสีมา

ในทุกๆ วันไม่ได้ค้างคืนที่กรุงเทพฯ เลยมอบหมายให้ทนายความลงมาให้ข้อมูลสั้นๆ แก่สื่อมวลชนแทน แต่อย่างไรก็ตาม เจ๊อ้อยยืนยันว่าไม่มีความกังวลในเรื่องคดี และจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทนายคู่กรณีแต่อย่างใด จนถึงตอนนี้การสอบปากคำเจ๊อ้อยก็ยังไม่แล้วเสร็จ