ตร.สอบผู้ร้องทุกข์กว่า 50 รายแล้ว กรณีทุนต่างชาติจ้างให้ชาวบ้านออกรถ
จากกรณีกลุ่มผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหลายราย ในเขต อ.เต่างอย จ.สกลนคร ถูก หญิงรายหนึ่ง ชาว อ.เต่างอย ชักชวนให้เป็นผู้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ราคาสูงโดยให้ค่าส่วนต่างหรือค่าจ้างต่อชาวบ้านและคนค้ำประกัน จากนั้นรถจักรยานยนต์จะถูกนำไปให้ กลุ่มนายทุนต่างชาติ (จีน) ที่อ้างตัวว่าเป็นบริษัทอยู่ กทม.นำไปใช้งานเกี่ยวกับบริการขนส่ง โดยกลุ่มทุนจะเป็นคนชำระงวดให้ แต่ต่อมาปรากฏว่าชาวบ้านหลายรายโดนทวงถามค่างวดรถจากสินเชื่อที่เช่าซื้อ เนื่องจากค้างชำระค่างวดรถ รายละ 1-3 งวด จึงทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าตัวเองนั้นจะโดนหลอก และถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจึงร้องเรียนต่อสื่อมวลชนที่นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน กลุ่มผู้เสียหายได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เสกสรร สุขประเสริฐ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร เพื่อให้ข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมพร้อมกับสอบถามความคืบหน้าในเรื่องนี้หลังจากแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เต่างอย
โดยมี พ.ต.ท.ภาณุพล เลพล รอง ผกก.ป.สภ.เต่างอย รายงานความคืบหน้าพบว่า ขณะนี้ได้รับเรื่องร้องทุกข์ทยอยสอบปากคำ รวมแล้ว 50 ราย และจะนัดมาสอบสวนโดยละเอียดต่อเนื่องเพื่อรวบรวมหลักฐาน ก่อนที่จะออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำ และจะต้องฟังอีกฝ่ายก่อนเพื่อให้ความเป็นธรรม หากเข้าข่ายผิดกฎหมายจริงๆ ต้องเรียกเจ้าของสินเชื่อมาแจ้งความเพราะเป็นเจ้าทุกข์ด้วย
พ.ต.อ.เสกสรร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า พล.ต.ต.สมจิตร เหล่ามงคลนิมิต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร ได้สั่งการในเรื่องนี้แล้วและให้ติดตามเรื่องนี้เนื่องจากมีประชาชนได้รับผลกระทบหลายราย จากรายงานพบว่าประชาชนที่ไปเป็นนอมินีให้กับกลุ่มทุนรายหนึ่งที่อ้างว่าได้ตั้งบริษัทเกี่ยวกับขนส่งอยู่ กทม.แล้วมีหญิงรายหนึ่ง ชาว อ.เต่างอย ไปสร้างความเชื่อมั่นว่าประกอบธุรกิจจริงโดยรู้จักมักคุ้นกับกลุ่มทุนนี้จนประชาชนคล้อยตาม และรายละเอียดแต่ละคนแตกต่างกันไปตามที่ตกลงกัน สาเหตุคือกลุ่มทุนรายนี้เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินจึงทำให้ไม่สามารถส่งงวดรถตามที่ตกลงกันไว้ มีการค้างชำระ 1-3 งวด จนเกิดการทวงถามจากสินเชื่อกับผู้เช่าซื้อ เมื่อผู้เช่าซื้อทวงถามไปยังกลุ่มทุนและหญิงรายหนึ่งที่ชักชวนแต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยง จนประชาชนไม่มั่นใจแล้วว่าจะเป็นตามที่ตกลงกันแต่ต้น หากไม่ส่งงวดจึงอยากให้นำรถกลับมาคืนผู้เช่าซื้อ
รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนครกล่าวอีกว่า อยากฝากถึงผู้ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ว่าหากเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ให้รีบดำเนินการไปพบกับ จนท.ตำรวจ สภ.เต่างอย และล่าสุดส่งพนักงานสอบสวนไปทำงานร่วมกับ สภ.เต่างอยแล้ว เนื่องจากมีหลายรายและบางรายยังไม่กล้าไปแจ้งความ ทราบมาว่าอาจมีมากถึง 100 ราย พร้อมกับฝากเตือนประชาชนในทุกวันนี้ไม่ควรไปทำธุรกรรมใดๆ ให้กับคนอื่นโดยเฉพาะการเช่าซื้อแล้วนำทรัพย์สินไปโดยได้ส่วนต่างนั้นไม่แนะนำ หรือหลีกเลี่ยงได้จะดีที่สุด เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะตามมาในรูปแบบลักษณะนี้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า จนท.จะดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่และให้คำปรึกษาทางกฎหมาย

