ชูศักดิ์ ให้ถ้อยคำคดี ทักษิณ-เพื่อไทย ล้มล้างการปกครอง หลังอัยการสูงสุดสั่งสอบเพิ่ม

6.11.24 | 18:52 น.

‘ชูศักดิ์’ เข้าให้ถ้อยคำคดี ทักษิณ-เพื่อไทย ล้มล้างการปกครอง หลังอัยการสูงสุดสั่งสอบเพิ่ม คณะทำงานชงยุติเรื่อง ชี้ไม่มีมูล-เป็นอำนาจ กกต. เตรียมเเจงต่อศาล รธน.ทันครบกำหนด 15 วัน บิ๊กอัยการสั่งกำชับห้ามให้ข่าวคดีนี้กับสื่อ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงพรรคเพื่อไทยเชิญมาให้ถ้อยคำกรณีที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ ได้ยื่นคำร้องขอต่ออัยการสูงสุดขอให้ยื่นคำร้องต่อศาสรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสั่งการให้นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคเพื่อไทย ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกการกระทำที่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพอันจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิบไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 49 แห่งรัฐธรรมนูญ

คณะทำงานพิจารณากรณีมีผู้ขอให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเเล้วมีความประสงค์ทราบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาของอัยการสูงสุด อาศัยอำนาจตามมาตรา 16 แห่งพ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 จึงขอเชิญให้ท่านไปให้ถ้อยคำพร้อมมอบพยานหลักฐาน (ถ้ามี) ต่อพนักงานอัยการ ในวันที่ 30 ตุลาคม เวลา 10.00 น.ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร หากขัดข้องประการใดโปรดแจ้งให้ทราบด้วย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า วันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นมือกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้เดินทางไปให้ถ้อยคำต่อพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวน

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมีเผยแพร่เอกสาร การพิจารณาคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 โดยนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 กล่าวอ้างว่า “นายทักษิณ ชินวัตร” (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคเพื่อไทย (ผู้ถูกร้องที่ 2) ร่วมกันกระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือแจ้งอัยการสูงสุดเพื่อขอทราบว่าได้ดำเนินการตามคำร้องของผู้ร้องไปแล้วอย่างไร และรวบรวมพยานหลักฐานได้เพียงใด โดยให้จัดส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่งจะครบกำหนดตามวันที่ศาลรัฐธรรมนูญร้องขอประมาณในช่วงวันที่ 7-8 พฤศจิกายนนี้เเล้ว

Advertisement

โดยมีรายงานว่าเมื่อตอนที่ได้รับคำร้องจาก นายธีรยุทธ ได้มีการส่งเรื่องไปยังสำนักงานการสอบสวนสำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีคณะทำงานที่มีรองอัยการสูงสุดเป็นประธานคณะทำงานพิจารณาก่อนส่งไปยังอัยการสูงสุดพิจารณามีคำสั่ง

โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าคณะทำงานมีความเห็นว่าเรื่องนี้ไม่มีมูลให้ยุติเรื่อง โดยให้เหตุว่า 2 ข้อเเรกที่เป็นข้อพาดพิงสถาบันฯ การกระทำของผู้ถูกร้องไม่มีมูลพฤติการณ์ ส่งผลให้เกิดการเซาะกร่อน บ่อนทำลายพระเกียรติยศของสถาบันฯ ส่วนคำร้องข้อ 3-6 ซึ่งเป็นเรื่องการครอบงำพรรคการเมืองเป็นอำนาจวินิจฉัยของ กกต. ทางคณะทำงานจึงมีความเห็นเสนอควรยุติเรื่องไปยังอัยการสูงสุด

หลังจากนั้นทางอัยการสูงสุดได้พิจารณาเเล้วเห็นควรสั่งสอบสวนเพิ่มเติมจากทางฝั่งผู้ร้องเเละผู้ถูกร้อง จนนายชูศักดิ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าให้ถ้อยคำต่ออัยการสำนักงานการสอบสวนเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

รายงานข่าวยังมีการระบุอีกว่า สำหรับเรื่องนี้ทางผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีการกำชับผู้ที่เกี่ยวข้องห้ามให้ข่าวเรื่องนี้ต่อสื่อมวลชน