รมว.ยธ.ประชุม คกก.ติดตามแก้ปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร ยกเคสแม่ทำลูกกรงขังลูกเป็นบทเรียน เตรียมส่งตัวรักษา รพ.ธัญรักษ์ ขอนแก่น
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ครั้งที่ 1/2567 โดยมี นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.ธงชัย รอดย้อย เสนาธิการ ทบ. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รักษาราชการแทน ผบช.ปส.
นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุนทร สุนทรชาติ รองปลัด กทม. นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
พ.ต.อ.ทวีเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดแก้ยาเสพติดชุดนี้เพื่อดูแล ป้องกัน ปราบปรามรักษาให้ครบวงจร มีชุมชน ปกครองท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร หมอ เอาแผนแต่ละหน่วยมาร่วมกันขับเคลื่อน มีตัวชี้วัดที่เป็นวิทยาศาสตร์ มีการสกัดกั้นยาเสพติดเข้มข้นโดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง และจะให้กรมบังคับคดีเข้ามา หากนักค้ายาเป็นคนล้มละลาย จะยึดทรัพย์ได้มากขึ้น

รมว.ยุติธรรมยังกล่าวถึงกรณีแม่ทำห้องลูกกรงเตรียมขังลูกวัย 42 ปี ที่ติดยาอย่างหนักว่า เบื้องต้นได้คุยกับแม่รายดังกล่าวแล้ว และขอขอบคุณ อยากให้เป็นบทเรียนในการแก้ไข โดยรายนี้รอการวินิจฉัยว่าเป็นจิตเวชหรือไม่ ต้องใช้ยารักษาหรือไม่ วันอาทิตย์นี้ได้ประสานส่งตัวไปที่ รพ.ธัญรักษ์ จ.ขอนแก่น นอกจากนี้ให้ไปไปดูครอบครัวด้วย ให้ติดตามแก้ปัญหา และหาอาชีพให้หากเลิกยากลับสู่ชุมชนแล้ว

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นำเสนอสถานการณ์ยาเสพติดว่ายาเสพติดทั้งหมดมาจากนอกประเทศ ถูกลำเลียงและนำมาพักในแหล่งพื้นที่ภาคกลาง สำหรับการจัดการสกัดกั้นยาเสพติดระดับต่อไป จะเน้นเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น จัดให้มีปฏิบัติการเพื่อปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่โดยรอบแหล่งผลิต เน้นการบูรณาการขับเคลื่อนยาเสพติดกับนานาชาติ



พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ด้านปราบปราม ทางตำรวจได้เพิ่มรูปแบบการปราบปราม
ในหลายมิติ เน้นปราบปรามในกลุ่มรายย่อยเพิ่มมากขึ้น และจะเพิ่มการคุมเข้มดำเนินการในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ
รวมทั้งให้แจ้งข้อมูลเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้โดยตรงด้วย
ด้านนายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะฝ่ายเลขานุการประชุมได้นำเสนอต่อที่ประชุมถึงข้อสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ณ จังหวัดร้อยเอ็ด ใน 6 เรื่อง ได้แก่ 1) ยกระดับยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ และยกระดับให้เข้มข้น ขยายผลลงไปยังภูมิภาค 2) กำหนดพื้นที่นำร่องปลอดยาเสพติด หรือ ลดยาเสพติดให้ได้ มากถึง 90% ก่อนเทศกาลสงกรานต์ใน 10 จังหวัด 3) ตัดวงจรยาเสพติด โดยเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิด และดำเนินการตามข้อร้องเรียนของประชาชน 4) มอบหมาย ป.ป.ส. จัดทำข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติดและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ 5) มอบกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ บูรณาการ งานบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติด 6) เน้นย้ำถึงกระบวนการบำบัดรักษาไม่ให้กลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ร่วมกันพิจารณาและมีมติ 1. เห็นชอบในหลักการ (ร่าง) แผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และแผนจังหวัด โดยกำหนดเป้าหมายในกรอบ 6 มาตรการ 47 แนวทาง 5 ตัวชี้วัดหลัก 21 ตัวชี้วัดย่อย ใน 76 จังหวัด/กทม. ที่จะมีรูปแบบปรับเปลี่ยนตามบริบทของแต่ละจังหวัด 2.เห็นชอบจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามเร่งรัดการบำบัดรักษา ฟื้นฟูสภาพทางสังคม ป้องกันปราบปรามยาเสพติด (ศปก.ครส.) 3.เห็นชอบจัดตั้งศูนย์อำนวยการและศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับพื้นที่ประกอบด้วย ศอ.ปส.จ. /ศป.ปส.อ/ข ,ศป.ปส.อปท
4.คณะอนุกรรมการการป้องกัน ปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ 5.คณะอนุกรรมการกลั่นกรองคำขออนุมัติแจ้งข้อหาแก่ผู้กระทำความผิดฐานสนับสนุนช่วยเหลือ หรือสมคบกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด 6. คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนขยายผลด้านการเงินคดียาเสพติด 7.คณะทำงานประสานงานหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วมไทย-ออสเตรเลีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านยาเสพติด การฟอกเงิน และอาชญากรรมข้ามชาติ 8.คณะทำงาน AITF ท่าอากาศยานสากล และ9. คณะทำงาน SITF ท่าเรือสากล


