ดีเอสไอ สั่งฟ้อง 15 ผู้ต้องหา คดีลวงซื้อห้องชุดโครงการดัง ยึดทรัพย์ 1,000 ล้าน

9.11.24 | 20:38 น.

ดีเอสไอ แจ้งข้อหา-สั่งฟ้อง 15 ผู้ต้องหา ปมลวงซื้อห้องชุด “เดอะนิว คอนเซปท์ พร็อพเพอร์ตี้” ยึดอายัด ทรัพย์สินแล้วมูลค่ากว่า 1 พันล้าน

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ผู้อำนวยการกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินการคดีพิเศษที่ 244/2564 กรณีได้มีกลุ่มบุคคลร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายโดยการโฆษณา ชักชวน ฯลฯ ให้ซื้อห้องชุดในเครือบริษัท เดอะ นิว คอนเซปท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จำนวน 12 โครงการ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และกระบี่ ว่า

จากการสอบสวนคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐานตามสมควรจึงแจ้ง
ข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับผู้ต้องหารวม 15 ราย ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พระราชบัญญัติการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ปัจจุบันการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วโดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 15 ราย

ตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้นและนำเสนอสำนวนต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณามีความเห็นทางคดีต่อไป และหลังจากนั้นจะได้นัดหมายเพื่อนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษส่งให้พนักงานอัยการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับทรัพย์สินที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการอายัดไว้ ประกอบด้วย ที่ดิน จำนวน 104 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 148 ไร่ รถยนต์หรู และเงินฝากในบัญชีธนาคาร รวมเป็นทรัพย์สิน ที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการตรวจยึดและอายัดไว้ทั้งสิ้น รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการประสานส่งต่อไปยัง สำนักงาน ปปง. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว และเมื่อส่งสำนวนคดีพิเศษเสร็จสิ้นจะได้แจ้งผลการดำเนินการให้กับ สำนักงาน ปปง. เพื่อพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ การดำเนินการสอบสวนคดีพิเศษให้มีความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม เป็นนโยบายหลักประการสำคัญของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการสอบสวนคดีพิเศษและให้เป็นที่เชื่อถือ ศรัทธาของสังคมในการป้องกันปราบปราม สืบสวนสอบสวนคดีในความรับผิดชอบ เพื่อให้การบริหารองค์การมีความยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลต่อไป

Advertisement