ก.ตร.รับลูก ข้อสังเกตกรอบแต่งตั้งโยกย้าย ‘นายพล’ กำหนดสเปก ผบช.เกรดA

11.11.24 | 21:17 น.

พล.ต.อ.เอก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เผย ก.ตร.รับลูกข้อสังเกต กรอบแต่งตั้งโยกย้าย “นายพล” เหมือน ทหาร ฝ่ายปกครอง ตุลาการ อัยการ พร้อมกำหนดสเปก ผบช.เกรดA

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ โพสต์เฟซบุ๊ก Aek Angsananont ว่า “ในการประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ระเบียบวาระอื่นๆ ผมได้นำเสนอประเด็นสำคัญให้ที่ประชุมรับทราบ เกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล (พล.ต.ต. – พล.ต.อ.) ที่จะต้องนำเสนอให้ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบ โดยผมได้ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้


1. จากกรณีการแต่งตั้งในปี 2566 ที่มีผู้ร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ(ก.พ.ค.ตร.) โดยยกประเด็นปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการแต่งตั้ง วิธีการคัดเลือก การจัดทำข้อมูลบัญชีผู้เหมาะสมเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่ง รวมถึงการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง

ก.พ.ค.ตร. ได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าว ตามคำวินิจฉัยเรื่องดำที่ รท.48/2566 และเรื่องแดงที่ รท.240/2567 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567

โดยวินิจฉัยว่า ผู้บังคับบัญชาไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 76 วรรค 2, 78, 81, 82, 83, 88 และกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้ง พ.ศ. 2567 ดังนั้น จึงขอให้นำคำวินิจฉัยดังกล่าวไปศึกษาและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การแต่งตั้งดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงหลักคุณธรรม ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

มิฉะนั้นอาจเกิดกรณีร้องทุกข์ขึ้นอีก ซึ่งหากผู้บังคับบัญชาไม่ดำเนินการโดยชอบ ก็อาจต้องรับผิดทางวินัยและอาญาได้

2.ในการแต่งตั้งตำแหน่งระดับ ผบก. ถึง ผบช. กฎหมายกำหนดให้พิจารณาผู้มีอาวุโสไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของตำแหน่งที่ว่างในแต่ละระดับ ส่วนที่เหลือให้พิจารณาจากอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน

ดังนั้น หากจะพิจารณาผู้มีอาวุโสในลำดับท้ายหรือผู้ที่เพิ่งครบเกณฑ์ขั้นต่ำเลื่อนสูงขึ้น โดยข้ามผู้อาวุโสกว่า ต้องพิจารณาจากผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ และแสดงให้เห็นเหตุผลอย่างชัดเจนถึงความสมควร

3.ในการพิจารณาแต่งตั้ง ต้องมีข้อมูลของผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการพิจารณาทุกคน อาทิ ประวัติการรับราชการ ผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติ โดยพิจารณาอย่างรอบด้านและเป็นธรรม ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเท่านั้น ในส่วนของการตรวจสอบความประพฤติ ขอให้จเรตำรวจแห่งชาติเร่งนำเสนอผลการสืบสวนข้อเท็จจริงในส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงเบื้องต้นประกอบการพิจารณาด้วย

4.สำหรับผู้ดำรงตำแหน่ง ผบช. หน่วยรอง หรือ ผบช. ประจำ ที่เติบโตจากหน่วยหลัก เมื่อมีตำแหน่ง ผบช. ในหน่วยหลักว่างลง ก็ควรพิจารณาจัดลงในตำแหน่งหลักเหล่านั้นตามลำดับความเหมาะสม แล้วแต่งตั้งผู้ที่เลื่อนขึ้นใหม่ทดแทนในตำแหน่งนั้น ซึ่งจะสอดคล้องกับระบบคุณธรรม เหมือนที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ตุลาการ อัยการ ยึดถือปฏิบัติ

ส่วนหน่วยสนับสนุนนั้น ผมเคยมีข้อสังเกตในที่ประชุม ก.ตร. ว่าควรพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในหน่วยที่มีคุณสมบัติและความรู้ความสามารถเฉพาะทางให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วย เพื่อให้การปฏิบัติราชการมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ควรยึดหลักคุณธรรมและความเหมาะสมในภาพรวมด้วย

5. ในวาระนี้มีตำแหน่ง ผบช. หน่วยหลักหลายตำแหน่งว่างลง ได้แก่ ผบช.น. ผบช.ภ.1-4 ผบช.ตชด. ผบช.สตม. และ ผบช.สอท. ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญยิ่ง จึงขอให้พิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีอาวุโส ความรู้ความสามารถ และความเหมาะสม เข้าดำรงตำแหน่ง มิฉะนั้นอาจเกิดความเสียหายต่อทางราชการได้

ผมมั่นใจว่า ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. ในฐานะคณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ดำเนินการตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังกล่าว ก่อนนำเสนอให้ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบต่อไป

ทั้งนี้ ผมเห็นว่าควรมีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะในระดับที่เหมาะสม เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการแต่งตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อขวัญกำลังใจของข้าราชการตำรวจและความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”