ตร.ภาค 1 ยื่นประธานศาลฎีกา สอบคำพิพากษายกฟ้อง อัจฉริยะ หมิ่นประมาท

12.11.24 | 12:14 น.

ตร.ภาค 1 ยื่นประธานศาลฎีกา สอบคำพิพากษายกฟ้อง อัจฉริยะ หมิ่นประมาท

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง พิชญาภัค พรหมดวง รองสารวัตร (สอบสวน) กลุ่มงานตรวจสำนวนคดี กองบังคับการกฎหมายและคดี ตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะผู้เสียหายได้ยื่นหนังสือถึง นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา ขอโปรดตรวจสอบ การให้ข่าวเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลอาญาในคดีที่เกี่ยวพันกับคดีการตกน้ำเสียชีวิตของดาราหญิง ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานในชั้นพิจารณาของศาลจังหวัดนนทบุรี และการมอบหมายสำนวนคดีแก่ผู้พิพากษาในศาลอาญา

ความว่า ด้วยวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 2549/2566 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 สำนักงานอัยการสูงสุดยื่นฟ้อง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ กับพวก รวม 3 คน จำเลย ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ข้าพเจ้า ว่าที่ ร.ต.อ.หญิงพิชญาภัค ซึ่งเป็นผู้เสียหายคนหนึ่ง ได้เข้าเฝ้าฟังคำพิพากษา โดยศาลได้ออกนั่งพิจารณาคดีแต่ไม่ได้มีการอ่านคำพิพากษาคดีหมิ่นประมาทให้คู่ความฟัง เพียงแต่แจ้งว่ายกฟ้อง

ต่อมาในช่วงเย็นของวันเดียวกันปรากฏว่า ได้ข่าวการให้สัมภาษณ์ของ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ โดยมีการมีการพูดถึงในลักษณะ “ศาลก็มีคำพิพากษาว่า เป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตและ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่ในคดีแตงโมเนี่ยจุดที่น่าสนใจ มีอยู่ 4-5 ประเด็น ประเด็นแรก คือ หนึ่ง ศาลยืนยันในคำพิพากษาเลยว่า บาดแผลเนี่ยของแตงโมไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ อันนี้คือหัวใจสำคัญของคดีแตงโมเลยนะ เราสามารถพิสูจน์ได้ว่าบาดแผลของแตงโมไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือฯ”

เมื่อมีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนและมีการเผยแพร่เนื้อหาในหลายสื่อ ทำให้ประชาชนบางส่วนเกิดความเข้าใจไปเองว่า ศาลอาญาได้พิจารณาพิพากษา ยืนยันวินิจฉัยเหตุการณ์ตายผิดธรรมชาติ คดีที่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของจังหวัดนนทบุรี และอยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลจังหวัดนนทบุรี

ซึ่งข้าพเจ้าซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายในคดีนี้ ได้เข้าฟังในการพิจารณา อ่านคำพิพากษา ร่วมกับสื่อมวลชนและคู่ความในคดีอื่นอีกหลายคนที่อยู่ในห้องพิจารณา มิได้ยินว่าศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริง อ้างเหตุและผลอันใด จึงยกฟ้องโจทก์

Advertisement

จึงไม่ทราบว่า คำพิพากษามีเนื้อหาอย่างไร มีแต่แจ้งว่าให้ไปคัดคำพิพากษาเท่านั้น ซึ่งในวันดังกล่าว จำเลยเองก็มิได้คำพิพากษาเช่นเดียวกัน และเพียงไม่กี่นาที จำเลยก็สามารถลงไปแถลงต่อสื่อมวลชนและกล่าวถึงรายละเอียดในคำพิพากษาได้อย่างละเอียด โดยไม่มีโพย ราวกับได้นั่งอ่านคำพิพากษาอย่างละเอียด และท่องจำได้มาก่อนแถลงข่าว

จึงกราบเรียนประธานศาลฎีกาได้โปรดตรวจสอบถึงข้อมูลดังต่อไปนี้ด้วย

(1) ได้โปรดตรวจสอบ ถ้อยคำที่ นายอัจฉริยะ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หน้าศาลอาญารัชดา ในวันที่ 31 ต.ค.2567 เวลาประมาณ 10.24 น.ดังกล่าว มีข้อมูล ข้อความ ตรงหรือคล้ายกับร่างคำพิพากษาต้นฉบับ หรือไม่อย่างไร

(2) หากการตรวจสอบดังกล่าวเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างต้นฉบับคำพิพากษา ขอท่านได้โปรดตรวจสอบว่าใครหรือผู้ใด ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งต่อข้อมูลจากร่างดังกล่าวด้วย

(3) ขอได้โปรดสอบถามพยานบุคคล และตรวจสอบพยานวัตถุจากกล้องวงจรปิด ว่ามีผู้ใด จด ถือ หยิบร่างเอกสาร กระดาษ โพย ออกมาภายหลังจากการอ่านคำพิพากษาหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นได้มีหนังสือขอให้เก็บไฟล์กล้องวงจรปิด ภายในศาลอาญาดังกล่าวไว้แล้วด้วย ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย (3)(4)

(4) ขอให้ตรวจสอบความเป็นอิสระของผู้พิพากษาในศาลอาญา ว่าเหตุใด ศาลอาญาซึ่งมีผู้พิพากษาจำนวนมาก แต่มีผู้พิพากษาได้รับสำนวน โดยเป็นเจ้าของสำนวน ในคดีที่มีลักษณะคล้ายกัน3 ประการคือ

– จำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน
– โจทก์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่นเดียวกัน
– ผลคำพิพากษาในลักษณะเดียวกัน คือเจ้าพนักงานรัฐแพ้คดีเช่นเดียวกัน

คือ 4.1) คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 951/2566 ผู้เสียหายคือ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์

4.2 ) คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 2549/2566ผู้เสียหายคือ พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์กับพวก รวมถึงข้าพเจ้า ร.ต.อ.หญิงพิชญาภัค พรหมดวง

4.3) คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 2998/2567 ผู้เสียหายคือ พล.ต.ต.แวสาแม สาและ

(5) ตามข้อสังเกตข้อ (4) ดังกล่าว จึงกราบเรียน ขอท่านได้โปรดตรวจทาน คำพิพากษาของผู้พิพากษาท่านดังกล่าว ว่าในคดีความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่ได้วินิจฉัยยกฟ้องจำเลย ในคดีอื่นๆมีลักษณะการเขียนคำพิพากษา คล้ายหรือเป็นไปตามแนวทางการวินิจฉัยคดีของ สำนักงานศาลยุติธรรมหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้เพื่อประโยชน์เป็นข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากรของสำนักงานศาลยุติธรรม

ทั้งนี้ ศาลยุติธรรมเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน เป็นที่ศรัทธาตลอดระยะเวลายาวนาน ประชาชนเชื่อว่า ศาลย่อมอยู่เหนือความขัดแย้งระหว่างคู่ความ ย่อมต้องไม่ใช้อคติ หรือใช้ดุลพินิจเพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งการที่ข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านได้โปรดช่วยตรวจสอบนั้น ก็เพราะว่าคดีที่ตัดสิน เป็นคดีที่ได้รับความสนใจของประชาชน และเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ถูกแจ้งความ ถูกฟ้องในข้อหาหนักๆ ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ เพียงเพราะบางคนใช้กระแสโซเชียลเพื่อให้ได้กระแสตามประสงค์

เช่นเดียวกับคดีของข้าพเจ้ากับเจ้าหน้าที่ ซึ่งผ่านกระบวนการพิจารณาของศาลอาญาคดีปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และศาลอุทธรณ์ ที่ได้ยกฟ้องข้าพเจ้ากับพวก ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย(5)นี้แล้ว

แต่เหตุการณ์หลายๆ อย่างในศาลอาญาที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความสงสัยและกระทบต่อความเชื่อมั่นถึงขั้นตอนต่างๆ และถูกกล่าวขานกันแซงแซ่ในหลายส่วน เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลอาญากระจ่างชัด และไม่เกิดข้อสงสัยและกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและของเจ้าหน้าที่รัฐต่อกระบวนการยุติธรรม จึงกราบเรียนเพื่อขอท่านได้โปรดใช้ดุลพินิจเพื่อพิจารณาตรวจสอบเหตุการณ์และพฤติการณ์ดังกล่าวด้วย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมได้โปรดพิจารณา

โดยภายหลังยื่นหนังสือทางเจ้าหน้าที่สำนักประธานศาลฎีกาได้ลงเลขรับไว้เป็นคำร้องที่ 2983 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ภายหลังยื่นเรื่องร้องต่อประธานศาลฎีกาเเล้ว ร.ต.อ.หญิง พิชญาภัค จะเดินทางไปเพื่อยื่นคำร้องต่อสำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว ที่อาคารสำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษกในวันเดียวกัน