เลื่อนอ่านฎีกา ผู้พันตึ๋งกับพวก กรรโชกทรัพย์ ตลาดไนท์บาร์ซ่า เหตุจำเลย 1, 4 ป่วย

10.03.17 | 12:31 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 มีนาคม ห้องพิจารณา 904 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษา ศาลฎีกาใน คดี ที่พนักงานอัยการกองคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายศรายุธ ภู่พลับ อดีตหัวหน้าเทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ , นายธานี ฟูทอง, นายพรชัย สุคัณธสิริกุล, นายธีรยุทธ สุวรรณพาณิชย์ ทั้งหมดเป็นอดีตเจ้าหน้าที่เทศกิจ ,นายเฉลิมชัย มัจฉากล่ำ หรือ ผู้พันตึ๋ง , พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย หรือ เสธ.ยอด อดีตที่ปรึกษานายกเทศบาลนครเชียงใหม่ , นายนิสสันต์ ชาติชำนิ (เสียชีวิต) และ จ.ส.อ.สุทิน ศรีเมืองหลวง เป็นจำเลยที่ 1-8 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น เป็นสมาชิกเทศบาลเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยทุจริต และร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 149, 157และ 337 ประกอบ มาตรา 44, 45, 83 และ 86 กรณีระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน 38 -31 พฤษภาคม พวกจำเลยร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ผู้ค้า128 รายในตลาดวโรรส และตลาดไนท์บาซาร์ จ.เชียงใหม่

คดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษา จำคุก จำเลยที่ 1- 5 ฐานความผิด ตาม มาตรา 148 , 149 และ 337 วรรคหนึ่ง อันเป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดตาม มาตรา148 ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขืนใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สิน ฯ จำคุก 9 ปี นายศรายุธ อดีตหัวหน้าเทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ จำเลยที่ 1 ฐานเป็นตัวการ ส่วนจำเลยที่ 2 – 5 เป็นผู้สนับสนุนให้จำคุกคนละ 6 ปี และให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายด้วย และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 6 และ 8 ขณะที่นายนิสสันต์ ชาติชำนิ จำเลยที่ 7 ได้เสียชีวิตระหว่างการพิจารณา ศาลจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ต่อมาจำเลยที่ 1-5 ยื่นอุทธรณ์

ต่อมาวันที่ 17 ธันวาคม 59 ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า คงจำคุกนายศรายุธ อดีตหัวหน้าเทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ จำเลยที่ 1 ฐานเป็นตัวการเป็นเวลา 9 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 – 5 เป็นผู้สนับสนุนให้จำคุกคนละ6 ปี และให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายด้วย

โดยในวันนี้ จำเลยที่ 2 ,3 เดินทางมาศาล ส่วนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนายเฉลิมชัย จำเลยที่ 5 จากเรือนจำจังหวัดนนทบุรี โดยนายเฉลิมชัย มีสีหน้ายิ้มแย้มทักทายกับลูกและภรรยาที่มาดักรอเยี่ยมก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี ส่วนจำเลยที่ 1และ 4ไม่ได้เดินทางมาศาล

เมื่อถึงเวลานัด ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจำเลยที่ 1 และ 4 ยื่นคำร้องพร้อมใบรับรองแพทย์ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาออกไปก่อนเนื่องจากจำเลยที่ 1 มีอาการป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูก และจำเลยที่ 4 เป็นโรคต้อกระจกตา เตรียมที่จะพาตัดรักษาศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปเป็นที่ 3 พฤษภาคม เวลา 09.30 น. พร้อมกำชับให้จำเลยที่ 1 และ 4 เตรียมเดินทางมาฟังคำพิพากษาอย่างเคร่งครัด มิเช่นนั้นศาลจะถือว่าจำเลยมีเจตนาหลีกเลี่ยงที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณา และจะพิจารณาออกหมายจับต่อไป

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายเฉลิมชัย จำเลยที่ 5 นอกจากคดีนี้ ยังเป็นนักโทษจำคุกตลอดชีวิต คดีร่วมกันฆ่านายปรีณะ ลีพัฒนะพันธ์ อดีต ผู้ว่า ฯ ยโสธร โดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนด้วย ซึ่งวันที่ 30 กันยายน 2558 ผู้พันตึ๋งได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำเนื่องจากได้รับการพักการลงโทษตามเงื่อนไข แต่ต่อมาวันที่ 25 สิงหาคม 2559คณะกรรมการพักการลงโทษได้ยกเลิกการพักโทษของนายเฉลิมชัย มัจฉากล่ำ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้จับกุมนายเฉลิมชัยซึ่งได้กระทำความผิดถูกร้องเรียนข่มขู่เรียกเงินชาวบ้าน ในช่วงระหว่างการพักการลงโทษ