ตร.สายไหมจับ 2 โจ๋พกปืน อ้างไว้ป้องกันตัว หวั่นอริลอบทำร้าย
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.สายไหม พ.ต.ท.สัญชัย คีรีรัตน์ รอง ผกก.ป.สน.สายไหม นำโดย พ.ต.ท.นุกูล กิ่งเกล้า สวป.ฯ ร.ต.อ.เพิ่มพูล เอี่ยมทอง ร.ต.อ.รังสิมันตุ์ คงแก้ว รอง สวป.ฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.สายไหม ร่วมกันจับกุม
1.นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 1 นัด
2.นายบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ (หักลำ) ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 2 นัด
โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 1 และ 2 “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์
ทั้งนี้พฤติการณ์กล่าวคือ ตามวันเวลาที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจักรยานยนต์ สน.สายไหม ร่วมกันร่วมกันออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบเพื่อป้องกันอาญชากรรม เมื่อมาถึงบริเวณถนนสาธารณะบริเวณสามแยกภายในซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 8

พบรถจักรยานยนต์ ขับขี่มาในลักษณะท่าทางต้องสงสัยมีพิรุธ เพราะเมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้พยายามวนรถจักรยานยนต์กลับเพื่อจะหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ขับขี่ติดตาม พบนายเอ ผู้ถูกจับที่ 1 เป็นผู้ขับขี่ นายบี ผู้ถูกจับที่ 2 นั่งซ้อนท้าย
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ขอทำการตรวจค้น โดยมี จ.ส.ต.สุรศักดิ์ สุขดี และ ส.ต.ท.ทินกรณ์ พลเยี่ยม ผบ.หมู่ ป.ฯ เป็นผู้ตรวจค้น ผลการตรวจค้น นายเอ ผู้ขับขี่ พบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก ภายในบรรจุกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 1 นัด ซุกซ่อนภายในกระเป๋ากางเกง
ผลการตรวจค้น นายบี พบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 2 นัด ซุกซ่อนภายในกระเป๋ากางเกง
สอบถามทั้งสองให้การรับสารภาพว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวเป็นของตนเองจริง ทั้งคู่อ้างว่าพกมาเพื่อป้องกันตัว เนื่องจากมีคู่กรณีจ้องจะดักทำร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการจับกุม แจ้งข้อกล่าวหา นำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

