สนธิ ร้องสภาทนายความ สอบมรรยาท ทนายษิทธา-ทนายเดชา ยันไม่เจรจา ลั่นถ้าเจอซอยตันก็จะทุบกำแพง

21.11.24 | 15:54 น.

สนธิ ร้องสภาทนายความ สอบมรรยาท ทนายษิทธา-ทนายเดชา ยันไม่เจรจา ลั่นถ้าเจอซอยตันก็จะทุบกำแพง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่สภาทนายความ ถนนพหลโยธิน นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อเครือผู้จัดการและเจ้าของรายการสนธิทอล์ก, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมทนายความ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนให้พิจารณาสอบมรรยาททนายความกับนายษิทธา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม และนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา กับ นายสุชาติ ชมกุล อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ กำกับดูแลงานมรรยาททนายความ จากนั้นจึงเข้าพบกับ นายคณิต วัลยะเพ็ชร์ ประธานกรรมการมรรยาททนายความ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที

จากนั้นนายสนธิให้สัมภาษณ์ว่า ตนดีใจมากที่สื่อมวลชนมาช่วยกันทำให้ความจริงปรากฏ และเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในสังคมไทย สิ่งที่นายษิทธาทำกับ น.ส.จตุพร หรือเจ๊อ้อย ไม่ใช่การฉ้อโกง หรือฟอกเงินอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการของคนที่รู้กฎหมาย แล้วใช้ความรู้ทางกฎหมายเอารัดเอาเปรียบคนที่ไม่รู้กฎหมาย โดยเฉพาะ น.ส.จตุพร ที่มองว่าเป็นคนต่างจังหวัด ที่เจอกับทนายษิทธาทางโซเชียลเฟซบุ๊ก ซึ่งสิ่งที่ทำเป็นการหลอกลวงประชาชนที่หลงเชื่อ

นายสนธิกล่าวอีกว่า ตนยังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่โดนทนายความหลอกเป็น 100 ราย บางรายเป็นทนายความที่โดนไล่ออกแล้ว ประชาชนบางคนถูกหลอกจนหมดเนื้อหมดตัว ตนจึงรับไม่ได้ แล้วความยิ่งใหญ่ของนายษิทธาในอดีตเป็นเรื่องที่คนไม่กล้าเข้าไปยุ่ง แต่เขาเข้าใจผิด สำหรับตนแล้วจะใหญ่แค่ไหนถ้าความอยุติธรรมเกิดขึ้น ตนก็จะไม่รีรอที่จะทำ

Advertisement

นายสนธิกล่าวต่อว่า น.ส.จตุพร ได้มอบอำนาจให้ตนดำเนินการเด็ดขาดกับเรื่องที่ได้แจ้งความนายษิทธาไว้เกี่ยวกับการฉ้อโกงและฟอกเงิน รวมทั้งมีอำนาจในการแต่งตั้งทนายความด้วย

นายสนธิกล่าวอีกว่า กรณีนายษิทธานั้นขอยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจา จะดำเนินคดีไปจนสุดซอย ถ้ายังไม่ได้ผล หรือซอยตัน ก็จะทะลุซอย ทุบกำแพงออกแล้วเดินหน้าต่อไป เพราะเรื่องของ น.ส.จตุพร หรือเจ๊อ้อย เป็นเรื่องกรอบกระบวนการที่สร้างมาจากคนที่ฉลาดเรื่องกฎหมาย เพื่อเตรียมตัวจะสู้คดีเพราะรู้อยู่ว่าเมื่อโดนฟ้องจะสู้คดีอย่างไร

ภายหลังรับหนังสือร้องเรียนแล้ว นายสุชาติกล่าวว่า จะรับเอกสารไว้แล้ว หลังจากนี้จะส่งให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความ ซึ่งประธานมรรยาททนายความจะมอบหมายให้รองประธานมรรยาททนายความท่ายใดท่านหนึ่งพิจารณาว่าจะรับคำกล่าวหาหรือไม่ ถ้ารับก็จะเข้าสู่กระบวนการตั้งกรรมการสอบสวน แต่ก่อนตั้งกรรมการสอบสวนจะต้องแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ทราบเพื่อแก้ต่างคำกล่าวหา ก็จะทำให้การพิจารณาคดีมรรยาททยายความรวดเร็วขึ้น คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง ปกติแล้วการลงโทษก็จะมีตั้งแต่ตักเตือน, ภาคทัณฑ์ พักใบอนุญาตทนายความ 3 เดือน, 6 เดือน หรือ 3 ปี หากรุนแรงสุดก็จะเพิกถอนใบอนุญาตทนายความ แต่ผู้ถูกกล่าวหาสามารถอุทธรณ์กับสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ หรือ รมว.ยุติธรรม หรือฟ้องศาลปกครองได้