เอก สายไหมต้องรอด ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมวาง 5 หมื่น ประกันตัว เตรียมส่งของขวัญให้ทนายบอสพอล

22.11.24 | 19:53 น.

เอก สายไหมต้องรอด วางเงิน 5 หมื่นประกันตัว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ฝากถึงทนายบอสพอล เตรียมรับของขวัญปีใหม่

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นำหลักฐานไปยื่นต่อศาล เพื่อขออนุมัติหมายจับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสายไหมต้องรอด ตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยศาลได้อนุมัติหมายจับนายเอกภพแล้วนั้น

ต่อมาในเวลา 15.05 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ได้เดินทางมาถึงยัง บช.ก. และได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เพิ่งทราบข่าวหมายจับจากสื่อมวลชน เพราะในวันนี้ช่วง 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเชิญตนมาให้ถ้อยคำ จึงเดินทางมาตามคำเชิญ แต่ยังไม่ทราบว่ามีหมายจับจริงหรือไม่อย่างไรนั้น

อ่านข่าว: เอก สายไหมต้องรอด โร่พบตร. ไม่รู้ถูกหมายจับ ยันทำเพื่อประชาชน-ไม่รู้จักบอสดิไอคอน

ต่อมาเมื่อเวลา 19.00 น. ภายหลังจากที่ นายเอกภพ เข้าให้ปากคำหลังถูกออกหมายจับ ในความผิดนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยได้เข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อรับทราบข้อหา ซึ่งใช้เวลาสอบปากคำนาน 4 ชั่วโมง

Advertisement

นายเอกภพ เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนเป็นวงเงิน 50,000 บาท ซึ่งเป็นคดีที่กลุ่ม “บอสดิไอคอนกรุ๊ป” มอบหมายทนายความให้มาแจ้งความ ซึ่งตนก็ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และก็ได้นำข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปทั้งหมดแล้ว ทั้งบันทึกการสนทนานานกว่า 1 ชั่วโมง หรือข้อความแชตต่างๆ โดยทางตำรวจก็มองว่าเป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่งส่วนหมายจับที่ออก มองว่าก็เป็นเพียงกระบวนการของตำรวจ

นายเอกภพกล่าวว่า ส่วนเรื่องพยานเท็จที่ตนเคยพามาให้ข้อมูลนั้น ก็ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว เพื่อเป็นตัวอย่างให้ใครก็ตามที่จะส่งข้อมูลเท็จมาให้ หรือไปให้ข้อมูลกับผู้อื่นอีกแบบหนึ่ง มองว่าบุคคลเช่นนี้ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด ซึ่งก็ได้มีอีกหลายคนที่ตนเตรียมดำเนินคดี โดยเฉพาะใครก็ตามที่พูดหรือทำให้ตนเองเสียหาย รวมถึง “ทนายบอสพอล” ตนเองจะส่ง “ของขวัญ” ไปให้ก่อนปีใหม่แน่นอน

นอกจากนี้นายเอกภพ ยังยืนยันว่า ตนและทีมงานเพจสายไหมต้องรอด พยายามคัดกรองตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้ว และเมื่อเห็นว่าอาจเป็นประโยชน์กับตำรวจ จึงได้นำมาให้การกับตำรวจ พร้อมยังยืนยันว่าไม่เคยรับเงินไม่ว่าจะกรณีใดทั้งสิ้น

ส่วนที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม อ้างอิงคำพูดของตนไปร้องต่อหน่วยงานต่างๆนั้น ไม่รู้เรื่องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ