เปิดมูลเหตุ ออกหมายจับ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช พบหลักฐานชัดเส้นเงินโยง บอสพอล ดิไอคอน
จากกรณีปรากฏคลิปเสียงนักการเมืองเรียกรับทรัพย์จากบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป ที่มี นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ล่าสุด ศาลอาญาได้พิจารณาตามคำร้องของสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยอนุมัติออกหมายจับที่ 5682/2567 ลงวันที่ 24 พ.ย.67 ให้จับกุม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ข้อหาว่าร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2546 มาตรา 5(1) (3) มาตรา 9 และมาตรา 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
โดยมีหลักฐานตามสมควรว่า นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ซึ่งได้หรือน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี, ได้หรือน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ฉะนั้นให้จับตัวนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ไปส่งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ภายในอายุความ 15 ปี เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่เกินวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2581
สำหรับการออกหมายจับครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รับคดีดิไอคอน เป็นคดีพิเศษ ดีเอสไอได้รวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนเรื่องเส้นทางการเงิน ธุรกรรมทางการเงินมาอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด
พบว่าในกรณีที่บรรดาผู้เสียหายในคดีได้โอนเงินชำระเพื่อซื้อสินค้าหรือเปิดบิลเป็นผู้ตัวแทนจำหน่ายกับบัญชีธนาคารของบริษัท ดิไอคอนฯ จากนั้นบัญชีของบริษัทก็ได้โอนต่อมาที่ นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล ต่อมา บอสพอล และ บอสปีเตอร์ ก็ได้มีการโอนต่อมายังกลุ่มที่ถูกศาลออกหมายจับ คือ มารดาของนักการเมือง และนักการเมือง
สำหรับไทม์ไลน์ที่ดีเอสไอสืบสวนพบจากร่องรอยการทำธุรกรรมรับโอนเงินระหว่างบอสพอล และนักการเมืองรายนี้นั้น พบตั้งแต่ช่วงปี 2564 โดยในส่วนบัญชีธนาคารแม่ของนักการเมืองรายนี้ มียอดเงินรายได้รวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นการรับโอนเงินจากทางอื่น แต่ในส่วนที่รับโอนโดยตรงจากบอสพอลมีประมาณ 2.5 ล้านบาท
ทั้งยังมีในส่วนของการรับโอนจาก บอสปีเตอร์ หรือ นายกลด เศรษฐนันท์ หลักหลายแสนบาท
อย่างไรก็ตาม ส่วนจะกล่าวอ้างว่าเงินหลายล้านบาทนี้เป็นเงินทำบุญหรือเงินใดนั้น บุคคลก็สามารถให้การได้ ถือเป็นสิทธิ แต่ดีเอสไอก็จะต้องพิสูจน์ว่าเป็นเงินทำบุญจริงหรือไม่ และเหตุใดจึงเป็นเงินทำบุญทุกเดือน เพราะบางครั้งหลักแสนบาท บางครั้งหลายแสนบาท และยังเป็นไปตามวงรอบทุกเดือน ดีเอสไอจึงมองว่าพฤติการณ์ลักษณะนี้ไม่อาจใช่เงินทำบุญ
ส่วนเหตุใดจึงเป็นความผิดฐานฟอกเงินทางอาญานั้น เพราะคือการเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน หรือมีลักษณะปกปิดอำพราง
อีกทั้งนักการเมืองรายนี้ยังใช้เงินผ่านบัญชีแม่ของตัวเอง เพราะเมื่อบอสพอลหรือบอสปีเตอร์โอนเงินมายังบัญชีแม่ของนักการเมือง จากนั้นแม่ของนักการเมืองก็จะโอนต่อมายังบัญชีนักการเมือง จึงยืนยันว่าทั้งคู่มีการกระทำความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน


