เปิดเส้นทางเงิน แม่-สามารถ ก่อน DSI บุกรวบตัว พบเชื่อมโยงบอสดิไอคอน 2.5 ล้าน โอนรายเดือนอีกหลายแสน เชื่อไม่ใช่เงินทำบุญ เหตุจ่ายตามวงรอบ
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 119/2567 กรณีการดำเนินคดีอาญากับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา 18 บอสดิไอคอนฯ ประกอบด้วย พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4, 5 และ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 มาตรา 19, 20 ทั้งยังสืบสวนสอบสวนเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ ธุรกรรมทางการเงิน การครอบครองทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดีดิไอคอน ในคดีพิเศษที่ 115/2567 กรณีฟอกเงินทางอาญา
ภาพรวมการยึดและอายัดทรัพย์สิน เป็นที่ดินของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด และผู้เกี่ยวข้องรวม 94 แปลง ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และ จ.เชียงใหม่ ทั้งยังมีนาฬิกาหรูหลายสิบเรือน สร้อยคอทองคำ พร้อมพระเลี่ยมทอง กระเป๋า รองเท้าแบรนด์เนม ทั้งหมดถูกนำส่งกองคดีฟอกเงินทางอาญา เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ก่อนสรุปรายงานส่ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการทางทรัพย์สิน ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า การดำเนินการสอบสวนเรื่องฟอกเงินทางอาญาของดีเอสไอ เนื่องด้วยได้รับไว้เป็นคดีพิเศษที่ 115/2567 ก่อนที่จะรับคดีความผิดเรื่องแชร์ลูกโซ่ หรือเลขคดีพิเศษที่ 119/2567 ไว้เป็นคดีพิเศษ ตามที่ได้รับโอนสำนวนมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งภายหลังจากที่ดีเอสไอได้รวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนเรื่องเส้นทางการเงิน ธุรกรรมทางการเงินมาอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด จึงพบว่าในกรณีที่บรรดาผู้เสียหายในคดีได้โอนเงินชำระเพื่อซื้อสินค้าหรือเปิดบิลเป็นผู้ตัวแทนจำหน่ายกับบัญชีธนาคารของบริษัท ดิไอคอนฯ จากนั้นบัญชีของบริษัทก็ได้โอนต่อมาที่นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ต่อมาบอสพอลและบอสปีเตอร์ก็ได้มีการโอนต่อมายังกลุ่มที่ถูกศาลออกหมายจับ คือ มารดาของนักการเมือง และนักการเมือง
พ.ต.ต.ยุทธนาเผยต่อว่า สำหรับไทม์ไลน์ที่ดีเอสไอสืบสวนพบจากร่องรอยการทำธุรกรรมรับโอนเงินระหว่างบอสพอล และนักการเมืองรายนี้นั้น พบตั้งแต่ช่วงปี 2564 โดยในส่วนบัญชีธนาคารแม่ของนักการเมืองรายนี้ มียอดเงินรายได้รวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นการรับโอนเงินจากทางอื่น แต่ในส่วนที่รับโอนโดยตรงจากบอสพอลมีประมาณ 2.5 ล้านบาท ทั้งยังมีในส่วนของการรับโอนจากบอสปีเตอร์ หรือนายกลด เศรษฐนันท์ หลักหลายแสนบาท อย่างไรก็ตาม ส่วนจะกล่าวอ้างว่าเงินหลายล้านบาทนี้เป็นเงินทำบุญหรือเงินใดนั้น บุคคลก็สามารถให้การได้ ถือเป็นสิทธิ แต่ดีเอสไอก็จะต้องพิสูจน์ว่าเป็นเงินทำบุญจริงหรือไม่ และเหตุใดจึงเป็นเงินทำบุญทุกเดือน เพราะบางครั้งหลักแสนบาท บางครั้งหลายแสนบาท และยังเป็นไปตามวงรอบทุกเดือน ดีเอสไอจึงมองว่าพฤติการณ์ลักษณะนี้ไม่อาจใช่เงินทำบุญ
พ.ต.ต.ยุทธนาเผยอีกว่า ส่วนเหตุใดจึงเป็นความผิดฐานฟอกเงินทางอาญานั้น เพราะมันคือการเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน หรือมีลักษณะปกปิดอำพราง อีกทั้งนักการเมืองรายนี้ยังใช้เงินผ่านบัญชีแม่ของตัวเอง เพราะเมื่อบอสพอลหรือบอสปีเตอร์โอนเงินมายังบัญชีแม่ของนักการเมือง จากนั้นแม่ของนักการเมืองก็จะโอนต่อมายังบัญชีนักการเมือง จึงยืนยันว่าทั้งคู่มีการกระทำความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ทั้งนี้ หากพบตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงจะได้ควบคุมตัวมายังอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับหมายจับในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล 2.แม่ของนักการเมือง ส. และ 3.นักการเมือง ส. ขณะที่ดีเอสไอยังมีหมายค้นของศาล สำหรับเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 2 จุด เพื่อตรวจยึดพยานเอกสารและพยานวัตถุ ประกอบด้วย จุดที่ 1 บ้านพักของนักการเมือง ส. ภายในโครงการบ้านหรูแห่งหนึ่งบนถนนราชพฤกษ์ ส่วนจุดที่ 2 คอนโดมิเนียมของนักการเมือง ส. บนพื้นที่เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ เวลา 06.00 น. ดีเอสไอได้มีการแบ่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษออกเป็น 2 ส่วน เพื่อเข้าปฏิบัติการใน 2 จุด
ทั้งนี้ หากผู้ต้องหาปรากฏตัวตามหมายจับของศาลต่อหน้าเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ให้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษให้ผู้ต้องหาได้รับทราบ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งพนักงานอัยการ และได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว (ปท.1) ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ จากนั้นจึงจะได้ควบคุมตัวผู้ต้องหากลับอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ และส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้แก่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าของสำนวนคดี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ภายในวันเดียวกันนี้ ในเวลา 10.00 น. ทนายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล จะพาพยานของบริษัทดิไอคอนฯ กลุ่มแรก จำนวน 200 ราย จากทั้งหมด 2,000 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 119/2567 กรณี การดำเนินคดีอาญากับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก เพื่อขอให้ดีเอสไอทำการสอบสวนปากคำพยานทั้ง 200 รายนี้นำเข้าสู่สำนวนคดี สำหรับพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบรรดา 18 บอสบริษัท ดิไอคอนฯ และแผนธุรกิจของดิไอคอนฯ ว่าไม่ได้มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่แต่อย่างใด และจะได้ทยอยพาพยานที่เหลือเข้ามาพบดีเอสไอรายวันต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกรอบเวลาวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ก่อนที่ดีเอสไอจะยุติการสอบสวนสำนวนคดี 18 บอส เพื่อเตรียมสรุปสำนวน มีความเห็นทางคดีส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษต่อไป
ขณะที่ดีเอสไอได้เตรียมขั้นตอนให้บริการสำหรับประชาชนที่แจ้งความประสงค์ขอแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ผู้ต้องหา ณ ห้องประชุม กคร. ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 เวลาประมาณ 5 นาที ประชาชนพบเจ้าหน้าที่เพื่อลงทะเบียนผู้ให้ข้อมูล “แสดงบัตรประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์” ลงลายมือชื่อและรับบัตรคิว ขั้นตอนที่ 2 เวลาประมาณ 5 นาที ตรวจสอบข้อมูลการเป็นสมาชิกบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนที่ 3 ผู้ให้ข้อมูลรับบัตรคิวและเตรียมเอกสารเพื่อเขียนข้อเท็จจริง (กรณีไม่เตรียมมา เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกในการดำเนินการให้) ขั้นตอนที่ 4 ให้ข้อมูล/บันทึกข้อความ และขั้นตอนที่ 5 ส่งเอกสารแสดงให้เจ้าหน้าที่และลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

