วิฑูรย์ แจง เส้นเงิน ‘แม่ของสามารถ’ 2.5 ล้าน ยันบอสพอลโอนให้ เป็นเงินทำบุญ-ให้ยืม

25.11.24 | 13:57 น.

ทนายบอสพอลพาพยาน 200 คนให้ปากคำดีเอสไอ ยันความบริสุทธิ์ ‘ดิไอคอน’ ชี้แจงเส้นเงินแม่สามารถ 2.5 ล้าน บอสพอลโอนให้เป็นเงินทำบุญและให้ยืม


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล ผู้บริหารบริษัทดิไอคอน พาพยานทั้ง 200 คน พามาสอบปากคำที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อหาความบริสุทธิ์ให้ บอส ดิ ไอคอน ทั้ง 18 คน โดยจำนวน 200 คนนี้ ถือเป็นพยานล็อตแรก ที่ถูกแบ่งมาจากพยานฝั่งดิ ไอคอน ทั้งสิ้น 2,000 คน ตามที่นายวิฑูรย์ ได้เปิดเผยเอาไว้กับสื่อมวลชน

นายวิฑูรย์ เปิดเผยว่า พยานที่นำมาวันนี้ เป็นพยานที่จะมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป และผู้ต้องหาทั้ง 18 คน ว่าบริษัทและบอส ไม่เคยมีพฤติกรรมฉ้อโกงประชาชน และตัวแทนที่มาวันนี้เป็นตัวแทนที่ยังขายสินค้าอยู่ แต่ได้รับผลกระทบจากคดีที่เกิดขึ้น ทำให้ขายสินค้าไม่ได้ทั้งยังมีพยานในต่างจังหวัดที่ไม่ได้เดินทางมา แต่ส่งมาเป็นเอกสาร ประมาณ 1 ลัง และก็จะมีมาเรื่อยๆ จากทั่วประเทศส่วนในต่างประเทศอาจจะส่งเอกสารตามมา แต่คงไม่เดินทางเข้ามา แต่หากใครจะบินมาก็ยินดีทั้งนี้ยอมรับว่า ไม่รู้ว่า จะสอบสวนเสร็จทันสรุปสำนวนวันที่ 3 ธันวาคม หรือไม่

นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า เราต้องนำข้อเท็จจริงดีๆ และเป็นประโยชน์กับผู้ต้องหาทั้ง 18 คน เข้าไปบ้าง ไม่อย่างนั้นสำนวนจะมีแค่ฝั่งของผู้กล่าวหา เพราะชั้นสอบสวน ทางดีเอสไอจะต้องวางตัวเป็นกลาง ต้องพิจารณาทั้งความผิด และความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ตนจึงพยายามนำความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาเข้าไปบ้างเพื่อให้เกิดการชั่งน้ำหนัก ไม่อย่างนั้นภาระจะไปตกอยู่ที่ศาลอย่างเดียว ส่วนการสอบสวน ทางดีเอสไอ ก็ไม่ได้รับปากว่า จะมีการเตรียมพนักงานสอบสวนไว้อย่างไรหรือไม่ ตนจึงพาพยานบุกเข้ามาเลย หากวันนี้สอบไม่ครบ 200 คน พรุ่งนี้ และวันต่อไป ก็จะนำมาอีก จนกว่าจะถึงวันที่ 3 ธันวาคม

Advertisement

เมื่อถามว่า มีอะไรมายืนยันความบริสุทธิ์ได้บ้าง นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ตนได้ให้การไปในบันทึกแล้วว่า บริษัทไม่ได้บังคับให้ซื้อสินค้าไปขายและไม่ได้หลอกลวงให้ซื้อสินค้าไปขาย และสินค้าก็ได้มาตรฐานบางคนขายได้ บางคนขายไม่ได้ แต่วันนี้สังคมฟังความเพียง 10,000 คน ใน 100,000 คนที่มาแจ้งความ คนที่ขายได้ มีมากกว่า และสินค้าไม่มีค้างสต๊อก ส่วนพยาน 20 ปากที่เคยพามาก่อนหน้านี้ ขณะนี้ก็ยังไม่ได้สอบปากคำ เพราะทางดีเอสไอ บอกให้ไปทำบัญชีพยาน ซึ่งขณะนี้ตนทำบันทึกไว้และเตรียมจะส่งกลับ 449 คน แล้ว เพราะมีการทยอยมาเรื่อยๆ ซึ่งตนต้องตัดเป็นยอดรายวัน

ส่วนพยานที่มาสอบปากคำกับดีเอสไอ และมีการอัดเสียงไว้ นายวิฑูรย์ บอกว่า กลุ่มนั้นเป็นพยานที่ทางดีเอสไอ ออกหมายเรียกเป็นกลุ่มพวกแม่ทีม และถูกทางเจ้าหน้าที่ชี้นำในการตอบ ซึ่งพยานกลุ่มนั้นได้มีการอัดเสียงไว้ และขณะนี้ยังไม่มีผู้ใหญ่คนไหนติดต่อมาขอคลิปดังกล่าว ซึ่งตนกำลังทำเรื่องส่งคลิปไปยัง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้ตรวจการแผ่นดิน และสุดท้าย รอส่งอัยการ ตอนที่ส่งคำร้องขอความเป็นธรรม

นายวิฑูรย์ กล่าวถึงกรณีดีเอสไอเข้าจับกุมนายสามารถและแม่ในคดีฟอกเงินดิไอคอน ว่า คดีความผิดฟอกเงิน และคดีแชร์ลูกโซ่ ดีเอสไอยังอยู่ระหว่างสอบไม่แล้วเสร็จ ความผิดมูลฐานยังไม่ชัดเจน ทำไมไม่ออกหมายเรียกก่อน แต่กลับออกหมายจับนายสามารถและแม่ ซึ่งตนจะปรึกษาทีมทนายว่าจะดำเนินการอย่างไร อาจจะมีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิด ตามมาตรา 157

นายวิฑูรย์ กล่าวว่า อีกทั้งเจ้าหน้าที่ไม่เคยเข้าไปสอบปากคำบอสพอลถึงเรื่องเส้นทางการเงินซึ่งตอนนี้ตนมีหลักฐานที่บอสพอล ยืนยันว่าเงินทั้งหมด เป็นเงินค่าอะไรบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเงินทำบุญ อีกส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ยืมกันปกติ เพราะแม่ของนายสามารถกับบอสพอลมีความสนิทสนมกัน ซึ่งข้อมูลตรงนี้ตนได้ส่งให้ทนายของนายสามารถแล้วเพื่อให้ส่งข้อมูลให้ดีเอสไอ

นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ส่วนเงิน 2.5 ล้านบาทที่ “บอสพอล” โอนเข้าบัญชีแม่นายสามารถ บอสพอล บอกว่า เป็นเงินที่ให้นายสามารถและแม่ยืม ส่วนใหญ่แม่ของนายสามารถ จะเป็นคนยืมบอสพอลยืม ครั้งหนึ่งไม่เยอะประมาณครั้งละ 100,000-300,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนทั้งหมดที่มีการยืมกันก็ได้คืนจะไปหมดแล้ว โดยโอนครั้งละ 100,000-300,000 บาท และหลายรอบ ไม่ใช่การยืมกันทุกเดือนแต่เป็นยอดเงินรวมประมาณ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2566 เอกสารการกู้ยืมเงินมีบ้างและไม่มีบ้าง ส่วนใหญ่เป็นเงินฝากทำบุญ และที่โอนให้บัญชีแม่เพราะเป็นแม่ลูกกัน นายสามารถก็ขอเงินจากแม่ได้ ส่วนว่ามีหลักฐานแชตการสนทนาการยืมเงินหรือไม่นั้น นายวิฑูรย์ กล่าวว่าส่วนใหญ่จะโทรศัพท์คุยกันมากกว่าตามประสาคนสนิทกัน

นางแอนนี่ หนึ่งในตัวแทนของพยานดิไอคอนที่มาเป็นพยานในวันนี้ เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมธุรกิจดิไอคอนตั้งแต่ปี 2562 ยืนยันว่าเป็นระบบการเรียนรู้สอนให้คนทำมาหากินให้มีความประสบความสำเร็จในทางออนไลน์ ก่อนหน้านี้ตนเป็นแม่ค้าในตลาดจึงมีความสนใจธุรกิจออนไลน์จึงเข้าร่วมกับดิไอคอน รายได้ล่าสุด ต่อเดือนอยู่ประมาณ 30,000 บาท ในแต่ละเดือนจะได้ไม่แน่นอน แต่พอมีคดีความก็ทำให้สินค้าขายได้น้อยลงเพราะคนไม่เชื่อใจทำให้ตนได้รับผลกระทบ