อัจฉริยะ รอมา 3 ปี เปิดผลคำพิพากษา คดีแตงโม แฉ บิ๊กตร. เสนอเงินก้อนโตแลกหยุดคุ้ย

25.11.24 | 17:08 น.
คดีแตงโม

อัจฉริยะ รอมา 3 ปี เปิดผลคำพิพากษาคดีแตงโม หวังปิดคดีประวัติศาสตร์ ก่อนวางมือในปีหน้านี้ แฉ บิ๊กตร. เสนอเงินก้อนโตแลกหยุดคุ้ย

คดีแตงโม – เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 พฤศจิกายน ที่โรงแรมนนทบุรีพาเลซ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร่วมกับทีมงานอีก 2 คนที่ตกเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ตำรวจทางคดีเรียกค่าเสียหาย 3 คนรวม 21 ล้านบาท ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกับสื่อมวลชน เปิดผลคำพิพากษาคดีแตงโมที่ศาลอาญา

จากกรณีเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 ดาราสาว ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม นิดา ได้พลัดตกเรือสปีตโบ๊ตหรู จมน้ำหายไป โดยที่คดีการเสียชีวิตปริศนาจากการพลัดตกน้ำของดาราสาวแตงโม นิดา เป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมในวงกว้าง ตลอดจนสื่อมวลชนทุกสำนักข่าวลงพื้นที่เกาะติดให้ความสนใจกับคดีดังกล่าวมาโดยตลอด

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า สิ่งที่ผมรอคอยมาตลอด 3 ปี ก็ได้มีการพิสูจน์ความจริงออกมาจากศาลอาญารัชดา จากคำพิพากษาศาลชั้นต้นในวันที่ 31ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา วันนี้จึงนำหลักฐานต่างๆ คำบันทึกในการให้ถ่อยคำต่อศาลของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวมาเปิดเผยให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบความจริง กับข้อมูลต่างๆ ที่ขัดแย้งหลายจุด แม้จะมีการจำลองเหตุการณ์ การตกเรือด้วยความเร็วจากเรือขนาดเดียวกัน จุดตกท้ายเรือเสมือนจริงจากทีมผู้สื่อข่าวก็ไม่พบว่าคนที่ตกจากเรือจะถูกใบพัดเรือทำให้ได้รับบาดเจ็บได้ ขณะเรือกำลังใช้ความเร็วของเรือวิ่ง 8 น็อต หรือเทียบเท่าความเร็ว 14.8 กม./ชม.โดยผู้เชี่ยวชาญทางเรือให้การว่าผู้ที่พลัดตกเรือจะได้รับอันตรายจากใบพัดเรือได้ ต้องเป็นจังหวะที่เรือกำลังถอยหลังถึงจะได้รับอันตราย

Advertisement

โดยตนได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งภาพ ข้อมูล คำให้การของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างละเอียดเอาไว้หมดแล้วตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เปิดเผยข้อมูลผลคำพิพากษาผ่านจอมอนิเตอร์ และกล่าวว่า ศาลพิพากษาว่าแตงโมไม่ได้ถูกใบพัดเรือ รวมทั้งมีการกล่าวถึงมีดที่หนึ่งในสมาชิกบนเรือใช้เปิดขวดไวน์ด้วย

นอกจากนี้ ผลการชันสูตรศพของแตงโม แพทย์ระบุว่าบาดแผลที่พบเกิดจากของมีคมที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใบพัดเรือ และยังพบรอยฟกช้ำ แผลถลอกบริเวณเข่า ซึ่งข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับคำให้การของอัยการและพวก และไม่ตรงกับข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการแถลงข่าว ว่าคดีความดังกล่าวเป็นการประมาททำผู้ให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งกรณีนี้ตนถือว่า “เป็นมวยล้มต้มคนดู”

โดยช่วงบ่ายวันนี้ จะเดินหน้าเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลอัยการสูงสุด เพื่อขอให้ตรวจสอบคำฟ้องของอัยการและพวก พร้อมขอให้ศาลจังหวัดนนทบุรี และศาลสูงสุดทบทวนแก้ไขพยานหลักฐานใหม่ที่เกิดขึ้น โดยศาลอาญารัชดาที่ตัดสินออกมาแล้ว ว่าแตงโมไม่ได้เป็นอย่างที่อัยการฟ้องจากศาลนนทบุรี เพราะบุคคลที่เหลืออีก 3 คนจากคดีที่เกี่ยวข้องยังไม่มีผลตัดสินออกมากัน พร้อมร้องทุกข์กล่าวโทษฟ้องกลับ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจและพยานเท็จ ที่ให้การเบิกความกันขึ้นมาต้องมีผู้รับผิดชอบ ตนต้องเปิดเผยความจริง หาตัวคนผิดมาปิดคดีนี้ คืนความเป็นธรรมให้กับแตงโม นิดา ก่อนที่ตนจะวางมือในปีหน้านี้

ทั้งนี้ นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า มีนายตำรวจใหญ่ติดต่อพูดคุยให้ตนวางมือ ยุติอย่ายุ่งกับคดีนี้พร้อมให้เงินก้อน หลักล้านบาท ดูแลเดือนละ 100,000 บาท จนคดีเสร็จสิ้น ตนไม่ยอมรับข้อเสนอตกลงดังกล่าว เพราะคิดว่าหากเป็นลูกสาวคุณเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจะทำอย่างไร จึงถูกดำเนินคดีฟ้องกลับ 9 คดี ซึ่งตนก็ยืนหยัดต่อสู้คดีมาจนถึงทุกวันนี้