ตึกใช้ไฟผิดปกติ จนท.บุกตรวจ ผงะ เหมืองบิตคอยน์ 31 เครื่อง ริมถนน ลอบใช้ไฟฟรี!

25.11.24 | 23:44 น.

การไฟฟ้าภูมิภาค ตำรวจอยุธยาทลายเหมืองบิตคอยน์ ริมถนนสายเอเชีย

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นายพิสิษฐ์ เจริญนพศักดิ์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาอยุธยา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน นำหมายศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ ริมถนนสายเอเชีย ม.3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพบมีการใช้ไฟฟ้าผิดปกติ เมื่อมาตรวจสอบ ได้ยินเสียงพัดลมดังต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา จึงสันนิษฐานว่า ด้านในอาจมีการลักลอบใช้ไฟฟ้าแบบผิดกฎหมายหรือการขุดเหมืองบิทคอยน์ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบ

จากการตรวจสอบ พบว่ามีการล็อคประตูเหล็กม้วนด้านล่าง จึงทำการตัดเข้าไปตรวจสอบ พบที่ชั้นล่างมีการเจาะพื้นร้อยสายไฟทะลุพื้นขึ้นไปยังชั้น 3 จึงขึ้นไปตรวจสอบด้านบนพบอุปกรณ์ เครื่องขุดบิตคอยน์ ได้จำนวน 31 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง พักลมขนาดใหญ่ 1 ตัว ในการระบายความร้อน และอุปกรณ์สายไฟ จึงได้ทำการตรวจยึดทั้งหมด

พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่าคดีนี้คือเงินดิจิตอล เป็นการกระทำของผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้เป็นอย่างดี โดยจะได้รับเงินส่วนแบ่งจากเงินดิจิตอล แต่ที่พลาดและผิด คือการลักลอบใช้ไฟฟ้าฟรี ซึ่งมีการมาขอเช่าอาคารพาณิชย์ ได้ 2 เดือน

ส่วนตัวเครื่องขุดบิทคอยน์ จะต้องตรวจสอบการนำเข้า ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้การไฟฟ้าตรวจสอบพบความผิดปกติของสถานที่แห่งนี้จึงไปแจ้งความร้องทุกข์ข้อหาลักทรัพย์ ถือว่าเป็นครั้งแรกในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา
อยากฝากถึงผู้ที่กระทำผิด คุณได้ประโยชน์ของคุณแต่ไม่ควรมาลักทรัพย์ของชาติ ซึ่งไม่ถูกต้อง ควรทำให้ถูกและสุจริต ตอนนี้เราก็จะทำการตรวจสอบให้ได้ตัวผู้กระทำผิดโดยเร็ว เพราะที่พบเป็นการควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ เขามาเช่า พอเช่าทำอะไรเสร็จเขาก็ล็อค ปล่อยให้เครื่องทำงานไปมีการดูจากข้างนอกไม่ต้องเข้ามาดูด้วยตัวเอง มีการจ่ายค่าเช่าปกติ แต่ที่มาปกติ คือมาลักไฟหลวงใช้ เพราะเราตรวจสอบพบเครื่องทำงานอยู่แต่มิเตอร์ไฟไม่เดินอยู่ระหว่างการขยายผลติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย

Advertisement

ด้าน นายพิสิษฐ์ เจริญนพศักดิ์ ผู้จัดการการไฟฟ้าสาขาอยุธยา เปิดเผยว่า การมาพบความผิดปกติในครั้งนี้เนื่องจาก มีเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้า มาตรวจสอบมิเตอร์ไฟ ปรากฏว่ามิเตอร์ไม่หมุน เราจึงได้จัดเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบพบว่าที่สายไฟที่วิ่งเข้าไปในตึกมีกระแสไฟวิ่งเข้าไป 90 แอมป์ ทั้ง 3 เฟส เราจึงมั่นใจว่าต้องมีการละเมิดการใช้ไฟ น่าจะเป็นการขุดบิตคอยน์ จึงมีการไปแจ้งความและมาตรวจสอบในครั้งนี้

จากการตรวจสอบที่มิเตอร์ไฟพบว่า มีการใช้สารบางอย่าง หยอดลงไปที่ตัวเฟืองมิเตอร์ ให้มิเตอร์ไม่หมุน ประกอบกับการตรวจสอบการใช้กระแสไฟ จึงเชื่อว่าเป็นการลักใช้ไฟฟ้าในการขุดบิดคอยน์ ซึ่งเราได้พบใช้งานอยู่ 24 ตัว มีสำรองอยู่อีก 7 ตัว รวมเป็น 31 ตัว มูลค่าความเสียหาย ที่มีการลักลอบใช้ไฟฟ้าไป2 เดือน เดือนละประมาณ 200,000 บาท และค่าปรับอีกประมาณ 220,000 บาท ร่วม 620,000 บาท ซึ่งเป็นการประเมินในเบื้องต้น

อยากฝากเตือนหรือประชาชน ถ้าพบเห็นการใช้ไฟผิดปกติ ให้แจ้งการไฟฟ้าได้ทันที หรือโทร 1129 ซึ่งผิดคือเป็นการละเมิดลักไฟหลวงไปใช้ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจพบในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ส่วน นายชัยพล อายุ 33 ปี เจ้าของอาคารพานิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว มีชายวัยรุ่น 3 คน มาติดต่อขอเช่าอาคารพาณิชย์ เพราะเราติดป้ายประกาสเอาไว้ โดยจะของเช่าเพื่อเก็บอุปกรณ์ อะไหล่แต่งรถ จึงตกลงทำสัญญาเช่า โดยการจ่ายค่าเช่า ผู้เช่าใช้วิธีการฝากเงินที่ตู้ฝากเงินเข้าบัญชี ไม่มีการโอนเงินเข้าบัญชี ตรงทุกเดือนเช่าได้ 2 เดือน ไม่คิดว่าจะมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ขอฝากให้คนที่คิดจะให้ใครเช่าบ้าน อาคาร หรือโกดัง ต้องดูให้รอบคอบ ต้องถามให้หมดต้องลงในสัญญาให้ครบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของทั้งหมด พร้อมตรวจสอบเอกสารการเช่าว่าผู้เช่าเป็นใคร ตรวจสอบการเงิน เพื่อดำเนินการเร่งรัดติดตามตัวผู้กระทำความผิดในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป