ปคม.-ทางหลวง ออกมาตราการเชิงลุก ตั้งจุดสกัดขบวนการค้ามนุษย์ หลอกชาวต่างชาติมาทำงานคอลเซ็นเตอร์ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
จากกรณีเครือข่ายภาคประชาสังคมส่งจดหมายเปิดผนึกถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย เพื่อขอให้ช่วยเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ จำนวน 110 ราย ที่ถูกหลอกมาทำงานผิดกฎหมายยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านผ่านชายแดนไทย-พม่า ริมแม่น้ำเมย อ.แม่สอด จ.ตาก โดยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีคำสั่งให้หน่วยงานตำรวจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยด่วน
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล. พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.รัชภูมิ กุสุมาลย์ ผกก.4 บก.ปคม. ร่วมประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามผลการตั้งจุดสกัดกั้นการค้ามนุษย์ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงแม่สอด ถนนทางหลวงหมายเลข 12 อ.แม่สอด จ.ตาก
พล.ต.ต.ศารุติ กล่าวว่า การตั้งจุดสกัดกั้นการค้ามนุษย์ บริเวณหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงแม่สอด บนถนนทางหลวงหมายเลข 12 นั้น เป็นไปตามนโยบายของ ผบ.ตร. ที่สั่งการให้ตำรวจ ปคม. เร่งดำเนินการ เนื่องจากมีข้อมูลว่าปัจจุบันมีชาวต่างชาติ จำนวนมากเดินทางเข้ามาภายในประเทศไทย ซึ่งมีทั้งเข้ามาแบบถูกต้อง และ ลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ก่อนเดินทางออกชายแดนแม่สอดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไปทำงาน ซึ่งมีทั้งไปทำงานปกติ และถูกล่อลวงไปบังคับทำงานผิดกฎหมาย

พล.ต.ต.ศารุติ กล่าวอีกว่า ทางตำรวจ ปคม. จึงบูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจทางหลวง ตั้งด่านตรวจ หรือ จุดสกัดขึ้นมา เพื่อตรวจคัดกรองชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว ที่เดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวเตรียมเดินทางออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่าถูกล่อลวงมาหรือไม่ รวมถึงถือโอกาสแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกจากขบวนค้ามนุษย์ด้วย
“ตามปกติด่านแม่สอดจะมีการแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ให้กับชาวต่างชาติที่ผ่านเข้าออกด่านดังกล่าวเป็นประจำ จะมีแต่เพียงบางส่วนที่ลักลอบเดินทางเข้าออกผ่านช่องทางธรรมชาติ ผ่านเส้นทางนี้ จึงจำเป็นต้องตั้งจุดสกัดขึ้นมาเพื่อป้องกัน” ผบก.ปคม.กล่าว

พล.ต.ต.ศารุติ กล่าวต่อว่า จุดสกัดดังกล่าวตั้งอยู่บนทางหลวงแม่สอด บริเวณด้านหลังด่านหลัก ซึ่งแนวทางการทำงานจะมุ่งเน้นคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะจัดกำลังพลเข้าเวรพลัดละ 12 นาย และจะทำเช่นนี้ทุกวันตลอดระยะเวลา 1 เดือนนับจากนี้ เพื่อดูปริมาณต่างชาติเข้าออกมีมากน้อยแค่ไหน ส่วนกลุ่มเป้าหมายจะเน้นชาวต่างชาติทุกสัญชาติ ไม่ใช่เฉพาะชาวเมียนมา เท่านั้น ส่วนชาวจีนก็จะเน้นตรวจสอบเป็นพิเศษด้วย

พล.ต.ต.ศารุติ กล่าวอีกว่าส่วนผลการตรวจสอบในวันแรก พบชาวต่างชาติที่มีถูกไปรับตัวมาจากสนามบินตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา เมื่อนำมาคัดแยก มีจำนวน 35 ราย เบื้องต้นพบมีการเดินทางผ่านประเทศไทยจริงๆ เพียงแค่ 7 รายเท่านั้น ทั้งนี้เชื่อว่า ถ้าแผนงานนี้ยังคงดำเนินการต่อไป ก็จะทำให้ชาวต่างชาติถูกขบวนการค้ามนุษย์หลอกพาไปบังคับทำงานยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านลดลงอีกด้วย


