ลูกสาว อ้างถือหุ้นรพ.ธนบุรี ‘แค่นิดเดียว’ ไม่รู้หมอบุญไปตปท. ชี้ออกจากกก.บห.ไปนานแล้ว

28.11.24 | 14:30 น.

ศาลอาญา นัดฟังคำสั่งไต่สวนประกัน ภรรยา-ลูกสาว ‘หมอบุญ’ บ่าย 3 โมง ลุ้นได้หรือไม่ได้ประกัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนขอปล่อยชั่วคราว น.ส.จารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี และ น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี ภรรยาและลูกสาวของ นพ.บุญ วนาสิน ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 43 วรรคแรก พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4, 5, 16 โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยวางหลักทรัพย์คนละ 2 ล้านบาท

วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัว น.ส.จารุวรรณ และ น.ส.นลิน ผู้ต้องหาทั้งสอง มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเบิกความไต่สวน ขณะที่ทนายความจำเลยและพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เดินทางมาร่วมไต่สวน

เมื่อถึงเวลานัด น.ส.นลิน ลูกสาวของ นพ.บุญ เบิกความว่า ตนเองเป็นผู้บริหารและกรรมการ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) แต่มีหุ้นอยู่เพียง 10,000 หุ้น จากจำนวนทั้งหมด 840 กว่าล้านหุ้น ส่วนนพ.บุญได้ออกจากกรรมการ บมจ.ธนบุรีฯ ตั้งแต่ปี 2564 และไม่ทราบว่า นพ.บุญ บิดาเดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่เมื่อใด ตนเองมีสามีเป็นชาวต่างชาติ จึงมีหนังสือเดินทางของประเทศไทยและหนังสือเดินทางของประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งมีบ้านพักที่ประเทศสเปนด้วย

ส่วนในประเทศไทยนั้น ตนไม่ได้พักอาศัยอยู่บ้านเดียวกับ นพ.บุญ ผู้เป็นบิดา แต่จะแยกมาพักอาศัยอยู่ที่คอนโดมีเนียม ภายในซอยสุขุมวิท 31/1 เมื่อถึงวันหยุดจึงจะพาลูกๆ ไปเที่ยวเล่นกับ นพ.บุญ ที่บ้านดังกล่าว ทั้งนี้ ตนมีอาการซึมเศร้า

Advertisement

น.ส.นลินกล่าวต่อว่า ภายหลังทราบว่า โดนปลอมลายมือชื่อ ก็ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวน และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของ นพ.บุญ และพวก และหากได้รับการประกันตัว ก็ยินดีจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างแน่นอน

ด้าน น.ส.จารุวรรณ เบิกความต่อว่า ตนเองหย่ากับ นพ.บุญมา ตั้งแต่ปี 2541 แต่ยังพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ลักษณะต่างคนต่างอยู่ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงให้ลงทุน ปัจจุบันตนเองมีอาการป่วยความดันโลหิตสูง ภาระกระดูกพรุน จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการตรวจรักษาเป็นประจำ หากได้รับการประกันตัวก็จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลทุกประการ

ขณะที่ พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เบิกความว่า ผู้ต้องทั้งสองไม่ได้ติดต่อเข้าพบพนักงานสอบสวนในทันที แต่มาพบพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวาง หลังจากถูกออกหมายจับ ซึ่งต่างจากกรรมการผู้บริหารรายอื่นที่รีบติดต่อเข้าพบพนักงานสอบสวนทันที ก่อนออกหมายจับ ซึ่งบางรายเข้าให้ปากคำในฐานะเป็นพยาน แต่บางรายภายหลังก็ตกเป็นผู้ต้องหา และมีเอกสารสัญญาเงินกู้และค้ำประกันหลายฉบับ ที่มีลายมือชื่อของผู้ต้องหาทั้งสองราย แต่ไม่ทราบว่าจะถูกปลอมลายมือชื่อหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน สำหรับคดีนี้มีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความเพิ่มเติมอีก

ส่วนมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท และขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากปรากฏว่ามีผู้เสียหายบางรายถูกข่มขู่คุกคามไม่ให้เข้าไปแจ้งความเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ นพ.บุญ เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองอาจจะเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายทรัพย์สิน หรืออาจจะทำลายพยานหลักฐานได้

ภายหลังไต่สวนพยานเสร็จแล้ว ศาลจึงนัดฟังคำสั่งให้ประกันตัวหรือไม่ เวลา 15.00 น.ช่วงบ่ายวันนี้