ตร.นำหมายค้น 4 จุด รับหมูเถื่อนมาชำแหละ แต่สำแดงเท็จเป็นเนื้อปลาเพื่อเลี่ยงภาษี รัฐสูญ 127 ล้าน

28.11.24 | 15:10 น.

ดีเอสไอ เปิดปฏิบัติการ “หมูเถื่อนบ่ลำ” นำหมายค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จุดในเชียงใหม่ หลังรับเนื้อหมูเถื่อน 15 ตู้คอนเทนเนอร์ มาชำแหละ แต่สำแดงเท็จเป็นเนื้อปลา เพื่อหลบเลี่ยงภาษี รัฐเสียหายกว่า 127 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดปฏิบัติการ “หมูเถื่อน บ่ลำ” โดย พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดีเอสไอ พร้อมเจ้าหน้าที่ นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดในพื้นที่ อ.สารภี อ.สันทราย อ.จอมทอง และ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อค้นหาหลักฐานการสำแดงการนำเข้าเท็จ และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง หลังจากดีเอสไอ ตรวจพบเนื้อหมูเถื่อน 15 ตู้คอนเทนเนอร์ ถูกขนมาไว้ที่ จ.เชียงใหม่

โดยจุดแรกที่ พ.ต.ต.ณฐพล นำกำลังเข้าตรวจค้น คือ บริษัทเอกชนที่รับจ้างชำแหละเนื้อหมู ซึ่งจุดนี้มีข้อมูลว่า ได้รับเนื้อหมูจากตู้คอนเทนเนอร์ที่สำแดงเท็จว่าเป็นปลา มาชำแหละก่อนส่งต่อไปยังกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคกลาง ส่วนอีกจุดที่เป็นสำนักงานใหญ่พบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนที่สำแดงเท็จว่าเป็นเนื้อปลา เจ้าหน้าที่จึงเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้ตรวจสอบ

Advertisement

พ.ต.ต.ณฐพล เปิดเผยว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจค้นเป้าหมายทั้งหมด 4 จุด โดย 2 จุดเป็นเป้าหมายใหญ่ จุดแรกเป็นห้องเย็นที่รับชำแหละและตัดแต่งก่อนส่งกลับไปขายในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคกลาง ส่วนจุดที่สองเป็นสำนักงานใหญ่ จากการตรวจค้นพบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าหมูที่สำแดงเท็จเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก นอกจาก จ.เชียงใหม่ ดีเอสไอยังลงพื้นที่ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออก ด้วย

สำหรับเนื้อหมูเถื่อนที่นำเข้ามา มีทั้งสามชั้น สันคอ ราวนมหมู และเครื่องใน ทั้งหมดสำแดงเท็จว่าเป็นหัวปลาและเนื้อปลาแซลม่อน นำเข้าจากประเทศเยอรมัน และบราซิล แต่ข้อเท็จจริงประเทศเหล่านี้ไม่มีการส่งออกปลาแซลม่อน เบื้องต้นดีเอสไอ จะส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นต้นทางที่มีการสำแดงเท็จที่ เพื่อตรวจสอบใบอินวอย ส่วนเนื้อหมูที่ชำแหละ และชิ้นต่างๆ ขายไปหมดแล้ว

การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2566 ดีเอสไอได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งให้บริษัทชิปปิ้งนำเข้าเนื้อหมูเถื่อน กว่า 200 ตู้คอนเทนเนอร์ รวมกว่า 25,000 กิโลกรัม โดยสำแดงว่าเป็นปลาเพื่อไม่ต้องเสียภาษี และระบุว่าฝากไว้ที่ห้องเย็นแห่งหนึ่งที่ จ.สมุทรสาคร แต่จากการตรวจสอบไม่พบเนื้อปลาที่นำเข้ามา และบริษัทห้องเย็นยืนยันไม่ได้รับฝากตามที่กล่าวอ้าง เจ้าหน้าที่จึงย้อนไปตรวจสอบรายการสินค้าต้นทางที่ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง จึงพบมีการขนเนื้อหมูเถื่อนจำนวน 15 ตู้คอนเทนเนอร์ ไปภาคเหนือ หากรวมภาษีและค่าปรับ มีมูลค่าความเสียหายกว่า 127 ล้านบาท ดีเอสไอได้สอบสวนบริษัทขนส่งพบว่าเนื้อหมูเถื่อนทั้งหมดถูกนำมาเก็บไว้ในห้องเย็นแห่งหนึ่งในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงใหม่ เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก็พบมีการโอนเงินระหว่างบริษัทที่สำแดงเท็จกับบริษัทห้องเย็นถึง 24 ล้านบาท จึงนำมาสู่การขออนุมัติหมายค้นเพื่อเข้าตรวจค้นและหาหลักฐานการกระทำผิดในจุดที่ต้องสงสัยวันนี้

“เหตุที่มีการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศโดยการสำแดงเท็จ เพราะต้นทุนค่าอาหารสัตว์ถูกกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงเพราะเนื้อหมูทั้งหมดได้ผ่านการตรวจโรค และมีการใช้สารเร่งเนื้อแดง นอกจากเป็นอันตรายกับผู้บริโภค ยังกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในประเทศด้วย”พ.ต.ต.ณฐพล กล่าว