ยอมตายในคุก! สามารถ ยันอดอาหารขอความเป็นธรรม สั่งเสียไม่ต้องกู้ชีพ หากหมดสติ ทนายห่วง ไม่กินข้าวตั้งแต่วันอังคาร
สามารถ – เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ร.อ.ธีรศานต์ แก้วสง หรือ ทนายเตย หนึ่งในทีมทนายความของ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมนายสามารถที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ว่า ตนได้รับทราบว่าเมื่อคืนนี้นายสามารถถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เมื่อช่วงเช้าจึงเดินทางไปเยี่ยม พบว่านายสามารถนั่งรถวีลแชร์มา มีเจ้าหน้าที่เข็นรถพามาที่ห้องพบทนายความ
ร.อ.ธีรศานต์กล่าวต่อว่า อาการนายสามารถดูค่อนข้างอ่อนเพลีย คุยกันไปก็เหมือนจะวูบ สัปหงก เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาเช็กตลอด ซึ่งนายสามารถยังไม่ได้ทานทั้งน้ำและอาหารที่เจ้าหน้าที่นำมาให้เลยตั้งแต่วันอังคาร ซึ่งแพทย์ก็มีความเป็นห่วง
ร.อ.ธีรศานต์กล่าวอีกว่า ที่กรมราชทัณฑ์บอกว่านายสามารถไม่ได้แจ้งความประสงค์อดอาหาร แต่เป็นเพราะเครียดลงกระเพาะจนทานข้าวไม่ได้ และยังทานน้ำอยู่นั้น ตนไม่ทราบเรื่องนี้ แต่เท่าที่ได้พูดคุยกัน นายสามารถยังยืนยันว่า เป็นความตั้งใจของตนที่จะอดอาหาร เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม
ร.อ.ธีรศานต์กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการจงใจทำเพื่อกดดัน หรือเป็นสาเหตุให้ได้รับการประกันตัว เพราะทนายความเองก็ไม่ได้อยากให้นายสามารถทำแบบนี้ คุณแม่ของนายสามารถก็พูดคุยกับลูกชายว่าไม่อยากให้อดอาหาร อยากให้รักษาสุขภาพตัวเอง อดทนรอวันที่จะได้ออกมาสู้คดีดีกว่า
ร.อ.ธีรศานต์กล่าวอีกว่า ตอนนี้ทางญาติและทนายความอยากจะขอย้ายตัวออกมารักษาที่โรงพยาบาลเลย แต่นายสามารถมีการเซ็นยินยอมว่า หากเกิดอาการช็อก ไม่ต้องกู้ชีพ หากไม่ได้ประกันตัวออกมาก็ขอยอมตายในเรือนจำเลย ซึ่งค่อนข้างเด็ดเดี่ยว ตนในฐานะทนายความก็ห้าม เพราะการเรียกร้องความยุติธรรมต้องมีชีวิตมาเพื่อต่อสู้เรียกร้องมากกว่า แต่ก็เคารพในเจตนารมณ์ของนายสามารถ
ร.อ.ธีรศานต์กล่าวต่อว่า สำหรับการยื่นประกันตัวนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการเตรียมหลักทรัพย์เพิ่ม โดยจะนำที่ดินไปประเมินเพิ่มเติม ซึ่งการยื่นขอประกันตัวก็จะนำเสนอต่อศาลถึงเรื่องอาการป่วยด้วย เพราะนายสามารถก็มีอาการป่วยจากโรคประจำตัวที่มีอยู่แล้วหลายโรค ตอนนี้กำลังขอคัดประวัติการรักษา ประกอบกับอาการป่วยในปัจจุบัน
ร.อ.ธีรศานต์กล่าวอีกว่า ทีมทนายความกำลังพยายามทำให้รวดเร็วที่สุด เพราะเป็นห่วงสุขภาพของนายสามารถ หากเตรียมทุกอย่างได้ทันก็อาจจะยื่นขอประกันตัวในวันนี้เลย แต่หากไม่ทันก็จะยื่นในวันพรุ่งนี้ โดยจะยื่นขอติดกำไล EM ด้วย

ทนายความกล่าวต่อว่า นายสามารถได้ฝากจดหมายออกมาผ่านตนด้วย โดยพูดให้ตนเขียนตาม และนายสามารถเซ็นลงนาม โดยให้แนบจดหมายนี้ไปให้ศาลในการขอยื่นประกันตัวด้วย เนื้อความในจดหมายเป็นการเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิในการประกันตัว แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอยื่นให้กับศาลก่อน
ทนายความย้ำถึงเรื่องการประกันตัวว่า เป็นสิทธิโดยพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญที่บอกไว้ชัดเจนว่าการคุมขังให้ทำเท่าที่จำเป็น และการยื่นประกันตัวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน สิ่งที่นายสามารถกำลังเรียกร้องอยู่ก็ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่ที่ผ่านมามีหลายคดีที่ผู้ต้องขังไม่ได้รับการประกันตัว จนมีการฝากขังกันเต็มเรือนจำ
ทนายความกล่าวอีกว่า คดีนี้ดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหากับนายสามารถจากความผิดฟอกเงินที่มาจากมูลฐานคดีดิไอคอนกรุ๊ป ซึ่ง ณ วันนี้ความผิดมูลฐานมันยังไม่ชัดเจน ความผิดของดิไอคอนชัดเจนพอหรือยังที่จะแจ้งข้อหาฟอกเงิน เพื่อรวบรวมทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหายที่ตามที่กฎหมายระบุเจตนารมณ์ของความผิดฐานฟอกเงินไว้ หากไม่ชัดเจน สุดท้ายศาลยกฟ้อง ผู้ถูกดำเนินคดีก็ต้องสูญเสียหลายๆ อย่างที่กลับมาเยียวยาไม่ได้ ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นในหลายคดีในอดีตมาแล้ว
ร.อ.ธีรศานต์กล่าวต่อว่า ยืนยันได้ว่านายสามารถไม่ได้หลบหนี มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าไปทำบุญที่ จ.เชียงราย มีคนที่ไปด้วยกันหลายคนเป็นพยานได้ และวัดห้วยปลากั้งก็อยู่ห่างจากสนามบินแม่ฟ้าหลวงไม่ถึง 9 กิโลเมตร มีตั๋วทั้งขาไปและขากลับ กระแสข่าวที่ว่าจะออกไปทางชายแดนนั้นจึงไม่เป็นความจริง พอนายสามารถทราบว่ามีหมายจับก็ประสงค์จะเข้ามอบตัวที่ สภ.แม่ยาว มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นพยาน
ร.อ.ธีรศานต์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่บอกว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานนั้น พยานหลักฐานต่างๆ ไม่สามารถที่จะไปยุ่งเหยิงได้อยู่แล้ว เพราะถูกอายัดไปแล้ว ดังนั้น การได้ประกันตัวออกมาชี้แจงจะเป็นประโยชน์กับตัวผู้ต้องหามากกว่า และจะเป็นประโยชน์ต่อคดีอื่นๆ ด้วย
เมื่อถามถึงเรื่องเอกสารของบอสพอลที่ดีเอสไอตรวจพบในบ้านในวันที่เข้าตรวจค้นบ้านของนายสามารถ ซึ่งพบข้อพิรุธหลายอย่างว่าอาจเป็นเอกสารเท็จนั้น ทนายความของนายสามารถบอกว่า การยืมเงินเป็นเรื่องของคน 2 คน หากผู้ยืมและผู้ให้ยืมยืนยันตรงกันแบบไหน ก็เป็นบุคคลสิทธิที่ทำระหว่างกัน
ทนายความกล่าวต่อว่า หากเอกสารนี้ไม่เป็นความจริงคงจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกมาแจ้งข้อกล่าวหา บอสพอลก็คงออกมาบอกว่าไม่ใช่เรื่องจริง ที่เอาเงินไปความจริงเป็นอย่างไร ซึ่งตนยังไม่ได้เห็นเอกสารฉบับดังกล่าว แต่ถ้าจะมองว่าเป็นเอกสารที่สร้างขึ้นมาหรือไม่ เชื่อว่าทางดีเอสไอสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง แล้วคน 2 คนเข้าใจตรงกัน มันผิดตรงไหน
ทนายความกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องเงินที่บอกว่าเป็นเงินทำบุญนั้น คุณแม่ของนายสามารถได้ให้การไปแล้วในวันที่ถูกจับกุม ซึ่งมีเอกสารที่สามารถชี้แจงได้ทุกอย่าง ส่วนเอกสารที่ยังไม่สามารถนำมาให้ได้ในวันนั้นก็จะนำมาส่งมอบให้ภายหลัง ซึ่งคุณแม่เองก็เป็นสายบุญ สายมูเตลู ชอบทำบุญอยู่แล้ว


