สามารถ น้ำตาลตก-นั่งวีลแชร์ ยึดอุดมการณ์เดิม ยอมตายในคุกถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม

29.11.24 | 12:32 น.

สามารถ น้ำตาลตก-นั่งวีลแชร์ ยึดอุดมการณ์เดิม ยอมตายในคุกถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทนายจ่อยื่นขออุทธรณ์ปล่อยตัวชั่วคราว

สามารถ – เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน ที่โรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ ร้อยเอกธีรศานต์ แก้วสง ทนายความของ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช เข้าเยี่ยมนายสามารถ ตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ร้อยเอกธีรศานต์เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยม ว่า ได้พูดคุยกับนายสามารถ โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ต้องให้นายสามารถ นั่งรถเข็นวีลแชร์มาพบตนเอง ซึ่งอาการยังคงเหมือนกับเมื่อวาน แต่วันนี้มีภาวะน้ำตาลตก แพทย์ต้องให้จิบน้ำหวานตลอด แต่นายสามารถกินได้นิดหน่อย ส่วนอาหารและน้ำอื่นๆ นายสามารถยังคงอด ตามเจตนารมณ์อยู่

ร้อยเอกธีรศานต์กล่าวว่า ทางครอบครัวของนายสามารถ ได้พยายามบอกและขอให้นายสามารถกินอาหารให้ได้เหมือนเดิม เพราะยิ่งสุขภาพถดถอยก็ยิ่งทำให้การทำงานการสู้คดีนั้นยากยิ่งขึ้น และถ้าวิกฤตถึงเสียชีวิตก็ไม่เป็นผลดี และมองว่าการเรียกร้องความยุติธรรม “ควรต้องมีชีวิตเหลืออยู่เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม” แต่นายสามารถยังยึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเอง แต่เขาก็ยังยืนยันว่า “ยอมตายในคุกถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม” และย้ำว่า สิ่งที่ทำไม่ได้เรียกร้องสื่อถึงตัวเอง แต่ยังรวมถึงผู้ต้องหารายอื่นที่อยู่ในสถานะเดียวกัน ทั้งนี้ ทางทนายความอยากให้นายสามารถออกไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลตามสิทธิที่เคยรักษาไว้ แต่ทาง รพ.ราชทัณฑ์ก่อน มีความเห็นว่านายสามารถควรกลับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพราะกลัวกระแสสื่อกดดัน

Advertisement

ร้อยเอกธีรศานต์กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีฟอกเงินต้องไปดูความผิดมูลฐาน หากมันชัดก็สามารถดำเนินคดีได้ แต่ในคดีดิไอคอน ความผิดยังไม่มีการตัดสิน ฉะนั้นจะแจ้งข้อหาการฟอกเงินไม่ได้ ส่วนที่ดีเอสไออ้างว่าเป็นความผิดแชร์ลูกโซ่ เป็นเพียงคำให้การหรือคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น อีกทั้งที่มีการคัดค้านการประกันตัวเพราะเกรงว่านายสามารถจะยุ่งเหยิงพยาน ทนายยืนยันว่าไม่ได้เป็นการยุ่งเหยิงเพราะเป็นคดีที่เกี่ยวการเงินมีการอายัดบัญชีไว้หมดแล้ว ไม่สามารถโอนเงินเข้าออกได้

ร้อยเอกธีรศานต์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการหลบหนี ตามบันทึกการจับกุม ที่ สภ.แม่ยาว เป็นการมอบตัว แต่ DSI กลับไปยื่นคำร้องฝากขังว่ามีพฤติกรรมหลบหนี ซึ่งการไปจังหวัดเชียงรายมีพยานอดีตข้าราชการ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อดีต ส.ส. ร่วมไปด้วย ที่พร้อมจะเป็นพยาน และวัดห้วยปลากั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน ซึ่งหากจะหลบหนีผมมองว่าจังหวัดเชียงรายไม่เหมาะสมเพราะมีการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนอย่างแน่นหนา ซึ่งวันดังกล่าวนายสามารถได้คุยกับ ผอ.กองคดีฟอกเงินทางอาญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าทราบมีการออกหมายจับและยังมีการระบุในคลิปเสียงว่าจะเดินทางไปมอบตัว

เมื่อถามการเดินทางไปจังหวัดเชียงรายของนายสามารถมีการแพลนล่วงหน้าไว้หรือไม่ ร้อยเอกธีรศานต์ กล่าวว่า ทราบล่วงหน้าประมาณ 3-4 วัน เพราะถูกเชิญไปด้วยแต่ไม่ได้ไปเพราะติดธุระ และวันที่เดินทางก็คือช่วงเช้าของวันที่ 25 พฤศจิกายน ส่วนไปทำบุญที่วัดห้วยปลากั้งมีใบอนุโมทนาบุญด้วยหรือไม่ ประเด็นนี้ต้องดูเรื่องของเส้นเงิน แต่สิ่งที่สังคมกำลังพูดถึงคือเรื่องของการหลบหนี ซึ่งหากวันนั้นมีประชาชนหรือพระเห็นก็แสดงให้เห็นแล้วว่านายสามารถไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี และนายสามารถก็เคยเดินทางมาทำบุญที่วัดนี้แล้ว

เมื่อถามว่าบอสพอลเคยโอนเงินทำบุญวัดนี้ด้วยหรือไม่ ร้อยเอกธีรศานต์ กล่าวว่า ตนเองตอบไม่ได้ และต้องไปเทียบช่วงเวลาการโอนเงินก่อน

ส่วนประเด็นเรื่องเอกสารการกู้ยืมเงินและการทำบุญระหว่างนายสามารถกับบอสพอล ที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอตรวจพบภายในบ้านพักของนายสามารถ ระบุวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ร้อยเอกธีรศานต์ กล่าวว่า นายสามารถและบอสพอลมีการคืนเงินที่ยืมกัน ชดใช้กันหมดแล้ว ประเด็นนี้ตนมองว่า ทางบอสพอล ให้เซ็นเพื่อไม่ให้เป็นการฟ้องร้องทางแพ่งต่อกันระหว่างบอสพอลและนายสามารถ ส่วนประเด็นดังกล่าวทาง DSI จะนำไปเป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน

เมื่อถามว่า การกู้ยืมเงินตั้งแต่ช่วงปี 2564 แต่ทำไมถึงมาเซ็นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2567 ร้อยเอกธีรศานต์ กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบว่าทำไม แต่ในกรณีแบบนี้ก็มีเยอะในกลุ่มเจ้าหนี้ ลูกหนี้ ซึ่งหลายคนก็อาจจะมองและคิดแบบนั้น แต่ส่วนตนมองว่าเป็นการตัดอำนาจเรื่องของการฟ้องแพ่งระหว่างกัน อีกทั้งช่วงปี 2564 นายสามารถไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง เพราะมีราชกิจจานุเบกษาให้นายสามารถออกจากตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ส่วนที่อยู่ในสังกัดนั่นไม่ใช่ข้าราชการทางการเมือง เป็นเพียงสมาชิกพรรค

ร้อยเอกธีรศานต์กล่าวว่า คดีฟอกเงิน มีเส้นเงินอยู่ 2.5 ล้าน แต่ความเสียหายที่ดีเอสไอตั้งไว้คือ 2,900 ล้าน ซึ่งหากดูปริมาณความเสียหายกับยอดเงินของฝั่งนายสามารถ เทียบกันไม่ได้เลย เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายฟอกเงินคือ การรวบรวมเงินคืนผู้เสียหาย จึงมองว่า การทำคดีนี้ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพราะมาวิ่งตามเงินเล็กๆ ทั้งที่เงินใหญ่ๆ ก็มี ถึงเวลาหากคดีจบตัดสินจริง ผู้เสียหายก็ไม่รับการเยียวยา

ขณะที่วันนี้ทีมทนายมีการไปที่ศาลอาญาถนนรัชดา เพื่อยื่น คำร้องอุทธรณ์ขอปล่อยตัวชั่วคราวนายสามารถ ซึ่งหลักฐานที่นำไปยื่นคือหลักฐานการคุยกับ ผอ.กองคดีฟอกเงินทางอาญา เป็นคลิปเสียงยืนยันไม่ได้หลบหนีและจะไปมอบตัว และประวัติการรักษา ส่วนหลักทรัพย์ในครั้งนี้ที่ยื่นจะใช้เป็นโฉนดที่ดินมูลค่า 1.2 ล้านบาท พร้อมขอศาลติดกำไล EM