ลุ้นขอประกันเมียทนายตั้ม ยื่นหลักทรัพย์เพิ่มเป็น 1 ล. รอฟังผลบ่าย 2 วันนี้

29.11.24 | 13:10 น.

ศาลไต่สวน ขอปล่อยชั่วคราวเมียทนายตั้ม ทนายอาคม เผย เพิ่มหลักทรัพย์เป็น 1 ล. ลุ้นฟังผลบ่าย 2 วันนี้


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ที่ นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความของนางปทิตตา เบี้ยบังเกิด อายุ 42 ปี ภรรยาของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงและฟอกเงิน ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 500,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว นางปทิตตา ไปเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยศาลได้เบิกตัวนางปทิตตา จากทัณฑสถานหญิงกลาง มาเบิกความเป็นพยาน 1 ปาก ในขณะที่พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. ผู้คัดค้าน เข้าเบิกความ 1 ปาก

ศาลเริ่มไต่สวนพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. ระบุว่า พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว นางปทิตตา ผู้ต้องหาที่ 2 ตามคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 ระบุเหตุผล 8 ข้อ คดีนี้มี น.ส.จตุพร หรือเจ๊อ้อย อุบลเลิศ ผู้เสียหาย เป็นผู้คัดค้านด้วย จากการสืบสวนพบว่าเมื่อวันที่ 30 ต.ค.67 นายษิทรา ผู้ต้องหาที่ 1 ไปพบพยานเป็นอดีตคนขับรถของผู้ต้องหาที่ 1 นัดพบกันเพื่อขอให้ลบการพูดคุยกันผ่านไลน์ ที่พยานได้ติดต่อกับตัวผู้ต้องหาที่ 1 ในขณะที่ผู้ต้องหาที่ 2 ได้สั่งห้ามไม่ให้พยานไปติดต่อกับทางผู้เสียหาย พนักงานสอบสวนเห็นว่าเป็นการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่หลังจากถูกจับกุมยังไม่พบพฤติการณ์การยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานขึ้นอีก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังต้องทำการสอบสวนพยานแวดล้อมเพิ่มเติม ในส่วนของตัวผู้เสียหายได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้ผู้เสียหายเดินทางกลับไปที่ประเทศฝรั่งเศส ทั้งนี้จะครบฝากขังครั้งที่ 3 ไม่แน่ว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จหรือไม่ ถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จากการสืบสวนเบื้องต้นยังพบว่า ผู้ต้องหาที่ 1 นำเงินจำนวน 18 ล้าน มาทำการตกแต่งบ้านพักของผู้ต้องหาที่ 2

พยานผู้คัดค้าน ตอบคำถามทนายผู้ต้องหาที่ 2 ถามค้านว่า พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเรื่องเงินที่ผู้ต้องหาที่ 1 นำไปชำระค่าซื้อบ้านและที่ดินของผู้ต้องหาที่ 2 ว่า ผู้ต้องหาที่ 2 มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ส่วนเรื่องเงินตกแต่งบ้าน 18 ล้านบาท ที่ผู้ต้องหาที่ 1 นำมาตกแต่งบ้านยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเช่นกันว่า ผู้ต้องหาที่ 2 มีส่วนรู้เห็นหรือไม่

Advertisement

ต่อมานางปทิตตา ผู้ต้องหาที่ 2 เบิกความเป็นพยานว่า ตนพักอาศัยอยู่ที่บ้านย่านตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากับผู้ต้องหาที่ 1 มากว่า 10 ปี โดยมีบ้านพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาครอีก 2 หลัง เคยเปิดเป็นสำนักงานกฎหมายให้กับผู้ต้องหาที่ 1 เป็นที่แรก โดยบ้านทั้งสองหลังเป็นชื่อของตน ตนมีหนังสือเดินทางเล่มเดียวและไม่มีที่อยู่ยังต่างประเทศ ป่วยเป็นโรคประจำตัวได้แก่ โรคแพนิค และไมเกรน โดยระหว่างเบิกความนางปทิตตาได้ร่ำไห้ เมื่อเบิกความถึงลูก ที่ไม่ได้เจอหน้าตั้งแต่ถูกจับกุม โดยผู้ต้องหาที่ 2 พร้อมเพิ่มหลักทรัพย์เป็น 1 ล้านบาทเท่ากับหลักทรัพย์ที่ น.ส.ปิณฑิรา หรือดาว การิวัลย์ พี่สาว ที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ และพร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่ศาลกำหนด

ภายหลังการเบิกความเสร็จสิ้น ศาลนัดฟังคำสั่งว่า จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ ในเวลา 14.00 น. วันนี้

ด้านนายอาคม ทนายความของ “เดือน” ภรรยาของทนายตั้ม กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า ตนเป็นทนายความให้นางปทิตตาเพียงคนเดียว ไม่ได้เป็นทนายความให้นายษิทราแต่อย่างใด ส่วนการยื่นขอประกันตัวนางสาวปิณฑิรา การิวัลย์ หรือดาว พี่สาวภรรยาของทนายตั้ม ซึ่งต้องมีหลักทรัพย์ 1 ล้านบาท ก็ไม่น่าพอ

ภายหลังจากการไต่สวน ทนายอาคมได้ออกมาเปิดเผยว่า เป็นการยื่นประกันตัวครั้งที่ 2 และมีการเสนอหลักทรัพย์เพิ่มเป็น 1 ล้านบาท ซึ่งต้องรอฟังคำสั่งศาลอีกครั้งในเวลา 14.00 น.

ส่วนจากการสังเกตของผู้สื่อข่าวเห็นว่าระหว่างที่ศาลไต่สวนนางปทิตตา ภรรยาทนายตั้ม มีการร้องสะอื้น ออกมาเป็นระยะๆ นั้น ทนายอาคมระบุว่า บอกตรงๆ ว่าเขาก็อยากกลับบ้าน ส่วนที่ร้องไห้ก็เป็นธรรมดาของแม่ที่คิดถึงลูก แต่ยังต้องรอฟังคำพิจารณาของศาลอีกครั้ง ว่าจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่

นอกจากนี้ ทนายอาคมยังกล่าวอีกว่า ลูกของนางปทิตตาได้เขียนจดหมายมาให้ ซึ่งยังไม่มีโอกาสได้เจอกันเป็นเวลาเกือบ 20 วัน ทั้งนี้ภายหลังการไต่สวนเห็นว่าพี่และน้องสาวของทนายตั้ม ก็ได้เดินออกมาจากศาลด้วยเช่นกัน ผู้สื่อข่าวจึงพยายามเข้าไปสอบถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะได้ประกันตัว แต่ทั้งสองคนไม่ได้ตอบอะไร