ทนายสามารถเผยพ่อ-แม่ยังไม่ได้เข้าเยี่ยม ชื่อยังไม่เข้าระบบงานเยี่ยม สามารถอาจยอมทานข้าวเป็นมื้อแรก บิดาฝากความห่วงใยขอให้ยอมทานข้าว 1 มื้อก็ยังดี ส่วนเรื่องเรียกรับเงินเจ้าของกิจการค้าปุ๋ย 30,000 บาทต่อเดือนเป็นเงินค่าจ้างเป็นที่ปรึกษา
เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 3 ธันวาคม ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ร.อ.ธีรศานต์ แก้วสง ทนายความของนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมนายสามารถ ว่า วันนี้คุณพ่อของนายสามารถยังไม่ได้เยี่ยมลูกชาย เนื่องด้วยชื่อญาติที่นายสามารถได้ระบุไว้ยังไม่เข้าระบบ ต้องรอขั้นตอนของเรือนจำก่อน ทำให้วันนี้คุณพ่อยังไม่ได้เยี่ยมลูกชาย แต่คุณพ่อก็ได้ฝากสื่อสารไปกับทางตนว่ามีความเป็นห่วงลูกชาย และรอให้นายสามารถได้กลับออกมา และก็อยากให้กลับมาทานอาหาร ส่วนนายสามารถก็เป็นห่วงคุณพ่อ เพราะพ่ออายุเยอะ ป่วยหลายโรค หลักๆ ก็โรคหัวใจ เพราะคุณพ่อได้ผ่าตัดมาแล้ว 3 ครั้ง
ทั้งนี้ ในส่วนของคุณแม่เองก็ยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ เพราะชื่อยังไม่เข้าบันทึกในระบบ ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อญาติที่นายสามารถได้ระบุไว้กับเรือนจำ ได้แก่ พ่อและแม่ และบุคคลสนิทใกล้ชิดกับนายสามารถ รวม 3 ราย แต่ไม่มีนักการเมืองในรายชื่อ
ร.อ.ธีรศานต์เปิดเผยอีกว่า ส่วนสภาพจิตใจของนายสามารถตอนนี้ยังคงมีอาการเครียดที่ยังคงอยู่ และร่างกายค่อนข้างผอมลงกว่าเดิม มีอาการอ่อนเพลีย ถึงขนาดเวลานั่งต้องพิงพนักหลังตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม นายสามารถยอมจิบน้ำแล้ว แต่เรื่องการรับประทานอาหารนั้น ตนและคุณพ่อของนายสามารถก็ได้ย้ำเตือนให้นายสามารถกลับมารับประทานอาหารดังเดิม ก็อยู่ที่เขาว่าเย็นนี้จะยอมรับประทานอาหารหรือไม่
“ทั้งนี้ สังเกตได้ว่านายสามารถมีท่าทีที่อ่อนลง เงียบ และไม่ขัดขืนเหมือนช่วงแรก จึงทำให้ตนเชื่อว่าหลังจากนี้นายสามารถอาจจะกลับมารับประทานอาหารดังเดิม อย่างน้อยวันละ 1 มื้อก็ยังดี ซึ่งถือเป็นเรื่องดีเพราะจะได้มีกำลังวังชาในการต่อสู้คดีต่อไปเพื่อความยุติธรรม เพราะนายสามารถอดอาหารมาตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ พร้อมยืนยันว่าสถานการณ์ภายในเรือนจำนายสามารถยังไม่ถูกใครรังแก เพราะทางเรือนจำก็ดูแลค่อนข้างดี” ร.อ.ธีรศานต์กล่าว

ร.อ.ธีรศานต์เปิดเผยอีกว่า ด้านความคืบหน้าการทำคำให้การต่อสู้คดีของดีเอสไอนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการขอคัดเอกสารจากดีเอสไอ ว่าดีเอสไอได้ไปตรวจค้นบ้านและได้ตรวจยึดเอกสารอะไรไปบ้าง ทราบเบื้องต้นว่าเอกสารส่วนใหญ่เป็นเอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ดังนั้น หากคัดเอกสารมาไม่ทัน ตนก็อาจจะต้องยืดขยายเวลายื่นคำให้การออกไปก่อน ซึ่งจะขยายเวลากี่วันนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเมตตาของดีเอสไอ ถ้าหากได้เอกสารเร็วขึ้น ก็จะสามารถทำคำให้การได้เร็วขึ้น
ร.อ.ธีรศานต์เปิดเผยอีกว่า สำหรับข้อต่อสู้ของนายสามารถก็ยังคงยืนยันในประเด็นเดิม คือ ข้อหามูลฐานที่ถูกดำเนินคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินนั้น ยังไม่ชัดเจนว่า The Icon เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ และนายสามารถ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ที่ไป จ.เชียงราย คือ ไปทำบุญ มีพยานยืนยัน และมีตั๋วเดินทางไป-กลับชัดเจน อีกทั้งนายสามารถไม่เคยยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดยเฉพาะเงินในบัญชีที่ถูกอายัดไปแล้วก็ไม่สามารถไปยุ่งได้ นอกจากนี้ นายสามารถไม่เคยสมคบที่จะกระทำความผิดฟอกเงินหรือรับเงินบุคคลอื่นมา ซึ่งประเด็นดังกล่าวไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนตามที่ถูกกล่าวหา
ร.อ.ธีรศานต์เปิดเผยอีกว่า ส่วนเรื่องของการจะยื่นประกันตัวชั่วคราวนั้น คงต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมก่อน เพื่อเอามาแนบเสนอต่อศาลว่านายสามารถไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนีและยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ตนจะต้องปรึกษากับทีมทนายความก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่คาดว่าน่าจะดำเนินการยื่นเพื่อขอไต่สวนและเพิ่มเงื่อนไขขอให้นายสามารถติดกำไล EM รวมทั้งหลักทรัพย์ในการยื่นประกันนั้นอาจจะต้องเพิ่มกว่าครั้งก่อน
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ ร.อ.ธีรศานต์กล่าวว่า นายสามารถอาจจะไม่ได้รับการประกันอีกรอบ เพราะแม้กระทั่งบรรดาบอสของ The Icon Group ที่ป่วยเป็นโรคประจำตัว ศาลก็ไม่ให้ประกันตัว ร.อ.ธีรศานต์ ระบุว่า ก็มีความกังวลในประเด็นนี้ แต่มองว่าเป็นเพราะคดี The Icon Group เป็นคดีหลัก แต่คดีร่วมกันฟอกเงินฯ ของนายสามารถ มันเพียงแค่ 2.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียหายของ The Icon Group ที่มีมากกว่า 9,000 ล้านบาท จึงค่อนข้างน้อยมาก โดยจะเพิ่มประเด็นดังกล่าวในการยื่นขอประกันตัวในครั้งต่อไปด้วย
ร.อ.ธีรศานต์กล่าวอีกว่า เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ผู้ต้องหาจะได้รับการประกันตัวในระหว่างการฝากขัง จึงอยากวิงวอนให้ศาลเมตตาพิจารณาให้ประกันตัวผู้ต้องหาที่ถูกฝากขังในระหว่างการสอบสวน ไม่ว่าจะคดีอะไรก็ตามทุกคดีเป็นอันดับแรก ส่วนเงื่อนไขว่าจะไม่ให้ประกันตัวด้วยเหตุเพราะอะไร ค่อยพิจารณาเป็นลำดับถัดไป ซึ่งนายสามารถก็ยังได้ฝากบอกเน้นย้ำว่า อยากให้การดำเนินคดีใดๆ ก็ตามมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ถี่ถ้วน พร้อมที่จะฟ้องก่อน แล้วค่อยมาควบคุมตัวผู้ต้องหา
เมื่อถามว่ากรณีที่มีการออกมาเปิดโปง พบเส้นทางการเงินของหวานใจนักการเมืองรายใหญ่ชื่อดังที่กำลังตกเป็นประเด็นในขณะนี้ มีความเชื่อมโยงกับนายสามารถนั้น ร.อ.ธีรศานต์ระบุว่า เรื่องนี้ตนทราบมาจากข่าว ตนยังไม่ทราบรายละเอียดใดๆ จากนายสามารถเลย เพราะตนรับผิดชอบเพียงแค่คดีร่วมกันฟอกเงินฯ แต่ตนได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้นายสามารถรับทราบแล้ว โดยนายสามารถก็ยืนยันว่าเส้นเงินที่มีความเชื่อมโยงกับหวานใจนักการเมืองและรีสอร์ตนั้น นายสามารถไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าหวานใจนักการเมืองและนายสามารถมีความสัมพันธ์แบบใดนั้น ร.อ.ธีรศานต์กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ถามเรื่องดังกล่าวกับนายสามารถ จึงไม่สามารถตอบได้ว่ารู้จักหรือไม่รู้จัก ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ ตนไม่อาจตอบได้
สำหรับประเด็นที่เมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) ที่มีผู้ไปร้องเรียนกับดีเอสไอว่า นายสามารถตบทรัพย์บริษัทขายปุ๋ย 30,000 บาทต่อเดือนนั้น ร.อ.ธีรศานต์กล่าวว่า ตนได้นำเรื่องดังกล่าวเรียนเบื้องต้นนายสามารถเช่นเดียวกัน ซึ่งนายสามารถระบุว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นค่าจ้างของการเป็นที่ปรึกษา แต่ยังไม่ได้พูดคุยลงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่าเป็นที่ปรึกษาเรื่องอะไร และทำไมถึงมีการต่อรองจาก 50,000 บาทเหลือ 30,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องรถยนต์หรูที่นายสามารถนำมาใช้แล้วถูกดีเอสไอตรวจยึดไว้ ก่อนพบว่าไม่ใช่รถของนายสามารถนั้น ประเด็นนี้ตนได้แจ้งประเด็นดังกล่าวให้ดีเอสไอรับทราบแล้ว ดีเอสไอทราบว่าไม่ใช่รถของนายสามารถ ซึ่งในส่วนของนายสามารถเขาแค่ยืมรถคันดังกล่าวมาใช้ ไม่ใช่รถของนายสามารถเอง ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างนายสามารถและบริษัทรถนั้น เรื่องนี้ตนไม่ทราบ

ร.อ.ธีรศานต์กล่าวอีกว่า ในประเด็นคดีใหม่ที่เกิดขึ้นนั้นตนทราบเพียงแค่จากข่าวและนำเรียนนายสามารถเท่านั้น ยังไม่ทราบถึงรายละเอียดแต่อย่างใด รวมทั้งข้อเท็จจริงในคดีเหล่านั้นก็ยังไม่แน่ชัด ตนมีหน้าที่รับผิดชอบเพียงคดีเกี่ยวกับเรื่องของฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับ The Icon Group เท่านั้น ซึ่งเป็นคดีเดียวที่นายสามารถและแม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา แต่หากมีคดีใหม่เข้ามา ก็ต้องดูว่าลูกความประสงค์จะให้ตนเป็นทนายความในคดีอื่นอีกหรือไม่ แต่ตนเองมองว่ามีคดีที่เกิดขึ้นเยอะมาก หากจะรับทั้งหมดก็อาจจะต้องมีทีมทนายที่มากกว่านี้ ขณะเดียวกัน นายสามารถก็ยืนยันในภาพรวมว่าไม่ได้กระทำความผิด แต่แนวทางการต่อสู้คดีได้นั้นต้องรอความชัดเจนก่อนว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มหรือไม่ เพื่อที่จะสามารถตั้งประเด็นในการต่อสู้คดีได้ หลังจากนี้จะมีแนวโน้มการแจ้งข้อกล่าวหานายสามารถเพิ่มเติมหรือไม่ ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ต้องให้ไปถามตำรวจ ส่วนเรื่องที่มีการกล่าวเชื่อมโยงถึงคุณแม่ของนายสามารถในเรื่องเส้นทางการเงินนั้น คุณแม่ยังไม่ได้มีความเห็นในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด และยังไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องดังกล่าวให้นายสามารถรับทราบ
เมื่อถามถึงกรณีที่นายตำรวจได้ออกมาแถลงเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางการเงิน 100 ล้านบาทก่อนหน้านี้ที่นายสามารถอาจจะมีความเชื่อมโยงกับการพนันนั้น ร.อ.ธีรศานต์กล่าวว่า ตนเองยังไม่เห็นเอกสารหลักฐานทั้งหมด แต่เชื่อว่าจะเป็นกรณีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่าเงินเข้ามาในบัญชี ส่วนเรื่องพนันนั้นน่าจะเป็นเรื่องของการเล่นพนัน ซึ่งหลังจากตนนำเรียนเรื่องนี้กับนายสามารถ นายสามารถยอมรับว่าก็มีเล่นพนันทั่วไปบ้างเกี่ยวกับกีฬาและเป็นไปตามที่แม่ของนายสามารถเคยออกมาให้สัมภาษณ์
เมื่อถามว่าแล้วเส้นเงินดังกล่าวพบในช่วงที่นายสามารถดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธีรศานต์กล่าวว่า เส้นเงินดังกล่าวพบภายหลังการเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งข้าราชการการเมือง ดังนั้น ช่วงที่พบเส้นเงินดังกล่าวนั้นจึงเป็นช่วงที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งแต่อย่างใด ส่วนจะโอนเข้าบัญชีของแม่นายสามารถหรือไม่ เรื่องนี้ตนไม่ทราบ ตอนนี้สิ่งที่นายสามารถต้องการที่สุดคืออยากพบคุณพ่อคุณแม่ เพราะเนื่องจากไม่ได้พบมาหลายวันแล้ว และไม่ได้ฝากบอกอะไรเพิ่มเติมอีก ต้องการแค่อยากให้คุณพ่อคุณแม่มาเยี่ยมเท่านั้น แต่ต้องรอว่าชื่อของพ่อแม่นายสามารถจะเข้าระบบที่สามารถเยี่ยมได้เมื่อไหร่ โดยตนภาวนาว่าชื่อจะปรากฏและสามารถเยี่ยมได้ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ร.อ.ธีรศานต์จะเดินทางมาตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่สามารถเข้าเยี่ยมนายสามารถได้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.) ซึ่งถ้าหากพบว่าปรากฏรายชื่อ ก็จะรีบแจ้งให้พ่อและแม่นายสามารถทราบทันที คาดว่าพ่อของนายสามารถจะเดินทางมาเยี่ยมในวันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายในทันทีหากปรากฏรายชื่อ แต่แม่ของนายสามารถยังไม่มีการประสานข้อมูลแต่อย่างใด

