เผย หมายจับล็อต 3 เครือข่ายหมอบุญ เป็นกลุ่มเซลส์ ปูดศุกร์นี้ คนใกล้ชิด จ่อคุยผู้เสียหาย

4.12.24 | 12:58 น.

‘แทนคุณ’ เผย หมายจับล็อต 3 เครือข่าย ‘หมอบุญ’ เป็นกลุ่มเซลส์ ปูดศุกร์นี้ คนใกล้ชิดหมอ จ่อคุยผู้เสียหายบางส่วนที่ตึกแถวรัชดา ชี้แทบเป็นไปไม่ได้ ‘หมอบุญ’ กลับไทย หากไม่จับกุม แฉเตรียมหนีไปบ้านที่ยุโรป ประเทศ อ.


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม กล่าวถึงกรณีการออกหมายจับล็อต 3 เครือข่าย นพ.บุญ วนาสิน ที่ร่วมฉ้อโกงประชาชนว่า ล็อต 3 น่าจะเป็นกลุ่มเซลส์ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นกลุ่มคนใกล้ชิดและโบรกเกอร์ แต่ของโบรกเกอร์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีไลเซนส์กับกลุ่มที่อ้างว่าเป็นเซลส์ ที่ได้ผลตอบแทน 1.5% ของการเชิญชวนผู้มาลงทุน แต่โบรกเกอร์จะได้เงินเยอะกว่าประมาณ 3% ซึ่งกลุ่มนี้ได้มามาคุยกับตนและอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย และในบ่ายวันนี้จะมีผู้เสียหาย 2 ครอบครัว มูลค่าความเสียหาย 40 ล้านบาท เข้าแจ้งความเพิ่มเติมที่กองบังคับการกองปราบปราม

นายแทนคุณกล่าวต่อว่า ส่วนจำนวนผู้เสียหายที่เป็นเซลส์ ตนเข้าใจว่ามีจำนวนเยอะอยู่พอสมควร แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่ใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน ซึ่งเป็นกลุ่มเก่าที่ใช้หุ้นของโรงพยาบาลมาค้ำ ซึ่งอาจเห็นผลในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ เพราะถึงกำหนดจ่ายเงิน

เพราะหากไม่จ่ายกลุ่มนี้ก็จะเป็นผู้เสียหาย ส่วนกลุ่มที่ 2 อีก 500 ราย เป็นกลุ่มที่หมอบุญไปกู้เงินมา ผ่านเซลส์กับโบรกเกอร์ และเคยเป็นเซลส์ที่ทำงานหาที่ดินให้กับโมเดลดังกล่าว ทางหมอบุญก็มีการออกโฉนดที่ดินเพื่อไปค้ำให้กับผู้เสียหาย

Advertisement

“ในวันศุกร์นี้ (6 ธ.ค.) ที่ตึกแห่งหนึ่งแถวรัชดาจะมีการเคลื่อนไหวของคนใกล้ชิดหมอบุญเพื่อเจรจากับผู้เสียหายบางส่วนเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งหวังว่าจะสามารถคลี่คลายปัญหาได้ เพื่อลดผู้เสียหายลง และหากคืนเงินให้ผู้เสียหายบางส่วน ก็จะชะลอผลกระทบที่เกิดขึ้นได้” นายแทนคุณกล่าว

เมื่อถามว่า ส่วนโอกาสที่หมอบุญจะกลับประเทศไทย นายแทนคุณกล่าวว่า แทบเป็นไปไม่ได้เลย หากไม่มีการไปจับกุมตัว และขณะนี้ทราบมาว่าเจ้าตัวเตรียมเคลื่อนย้ายไปประเทศยุโรป ชื่อย่อ อ. เพราะมีบ้านอยู่ที่นั่น ยืนยันว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ ต้องมีการขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะทรัพย์สินที่มีการถ่ายโอนไปเป็นชื่อบุคคลอื่น ต้องรอดูว่าตำรวจจะสามารถนำสืบได้หรือไม่ และสามารถคัดกรองว่าใครคือผู้เสียหายตัวจริง

นายแทนคุณยังตั้งข้อสังเกตว่า โปรเจ็กต์อื่นๆ เช่น Jin Wellbeing เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ขาดทุนจนต้องนำเงินไปหมุนลงทุนหรือไม่ ซึ่งต้องไปตรวจสอบ และกรณีการหาเงินที่มาช่วยใช้คืน หรือเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินด้วยหรือไม่

ขณะเดียวกันทราบมาว่าไม่ใช่บริษัทของหมอบุญอย่างเดียวที่เป็นตัวการร่วม ยังมีบริษัทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ อาจเป็นตัวการช่วยหรือเป็นตัวการร่วม อักษรย่อ K ก็คงต้องไปขยายผล เพราะทราบว่าบริษัทนี้ช่วยเขียนแผนให้ด้วย และช่วยประสานหาโบรกเกอร์ด้วยหรือไม่ ในการให้มีการกระทำแบบนี้

และมีการข่มขู่ผู้ที่ไปแจ้งความ ซึ่งตอนนี้สังเกตได้ว่าคดีนี้มีความพยายามทำให้เงียบที่สุดและหายไปตามกระแส โดยข่มขู่ผู้เสียหายอย่าไปพูด อย่าไปบอก ถ้าใครพูดจะไม่ได้เงิน จะถูกฟ้องดำเนินคดี ถูกตรวจสอบภาษี ทำให้ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยกลัว

อีกทั้งผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยที่มีอันจะกินก็เกรงว่าจะกระทบต่อความรู้สึกของคนในครอบครัว ซึ่งผู้สูงอายุที่ตนได้คุยด้วยอายุ 90 ปี เขาไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ และยังไม่เชื่อว่าหมอบุญจะมีการทุจริต ก็ได้แต่ให้กำลังใจว่าถึงที่สุดน่าจะได้เงินคืน ถ้าตำรวจทำงานเร็ว

นายแทนคุณกล่าวอีกว่า อีกประเด็นที่ตนอยากให้ตำรวจมีความชัดเจนว่าถ้ามีผู้เสียหายเกิดขึ้น จะไปแจ้งความที่ไหน เพราะเห็นว่าจะมีการโอนคดีไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่ส่วนตัวอยากให้ไปแจ้งความที่กองปราบ ประชาชนจะได้ไม่สับสน ไม่ต้องไปหลายที่ และคดีจะได้ไปเร็ว ซึ่งคดีในลักษณะฉ้อโกงแบบนี้ ถ้าสามารถอายัดทรัพย์ได้เร็วเท่าไหร่ จับกุมคนทำได้เร็ว โอกาสที่จะได้เงินคืนจากการคุ้มครองสิทธิของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และเรื่องเข้าสู่ศาล เข้าสู่การเฉลี่ยทรัพย์คืน เรื่องก็จะได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น