เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางขวัญใจ เอี่ยมเอน อายุ 45 ปี ได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกรณีนายพงศ์พณิชย์ แฉกพิมาย อายุ 21 ปี ลูกชาย และ นายดนตรี บุญรอด อายุ 19 ปี หลานชาย ถูกกลุ่มวัยรุ่นเด็กแว๊นซ์ กว่า 10 คน ดักรุมทำร้ายร่างกาย ด้วยการใช้อาวุธมีดสปาตาร์ ไล่ฟัน และยังถูกรุมกระทืบ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ เหตุเกิดเมื่อช่วงรุ่งเช้าของวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา บนถนนสืบศิริ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา ส่งผลให้ลูกชายและหลานชาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รีบช่วยเหลือนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จนถึงขณะนี้ยังต้องพักรักษาตัวและอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด
นางขวัญใจ เอี่ยมเอน ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่าคืนวันเกิดเหตุ นายพงศ์พณิชย์ ลูกชาย พร้อมหลานชาย ได้พากันขี่รถจักรยานยนต์ไปดื่มสุราที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง บนถนนสืบศิริ ต.ในเมือง จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์มา ได้มีกลุ่มวัยรุ่นเด็กแว๊นซ์ 7-8 คัน ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมาเป็นกลุ่มกว่า 10 คน จู่ๆ วัยรุ่นในกลุ่มเด็กแว๊นซ์ ได้ใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของลูกชาย แต่โชคดีที่ลูกชายประคองรถไม่ให้ล้ม แต่กลุ่มเด็กแว๊นซ์ทั้งหมดก็ยังไม่พอใจ ได้วนรถจักรยานยนต์กลับมามา พร้อมกับเข้ามาใช้มีดรุมฟัน โดยบางคนได้ใช้เท้ากระทืบทำร้ายร่างกายลูกชายและหลานชายทั้ง 2 คน จนสลบคาที่ ก่อนที่ทั้งหมดจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการติดตามตัววัยรุ่นที่ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายแต่อย่างใด ทำให้ตนเกรงว่าลูกชายและหลานชายตนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และเกรงว่ากลุ่มวัยรุ่นจะไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นอีก
ด้านร้อยตำรวจเอก อภินันท์ สุวรรณอัมพร ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง กล่าวว่าหลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ เพื่อติดตามหาตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแล้ว โดยขณะนี้ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงมาตรวจสอบ พบว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นชายหญิง 10 คน ขี่รถจักรยานยนต์มา 7-8 คัน ลงมารุมทำร้ายร่างกาย แต่ภาพวงจรปิดยังไม่สามารถระบุรูปพรรณกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่ขับมาได้ชัดเจน ซึ่งอยู่ในระหว่างส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง


