บิ๊กอ้อ เผย สจ.โต้ง ถูกไล่ยิงจากชั้นสอง เชื่อวางแผนไว้ก่อน แจ้งข้อหาเพิ่ม ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง

13.12.24 | 17:18 น.

บิ๊กอ้อ เผย สจ.โต้ง ถูกไล่ยิงจากชั้นสอง เชื่อวางแผนไว้ก่อน แจ้งข้อหาเพิ่ม ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

สจ.โต้ง – จากกรณีเกิดเหตุยิงสนั่นที่บ้าน นายสุนทร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี ซึ่งปรากฏว่าในเวลาต่อมา พบ นายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ ส.จ.โต้ง ลูกบุญธรรมของนายสุนทร ถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้าน ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจะคุมตัวนายสุนทรกับพวก รวม 7 คน ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืนนั้น

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี หรือ บิ๊กอ้อ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้บินด่วนโดยเฮลิคอปเตอร์มายังกองบังคับการ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อมาติดตามคดีด้วยตนเองและลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุด้วยตนเอง

อ่านข่าว – บิ๊กอ้อ บินด่วนร่วมสางคดี สจ.โต้ง เตรียมเรียกคนในคลิปเสียงสอบปากคำ จ่อโอนคดีเข้ากองปราบ

ต่อมาเมื่อช่วงบ่าย พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประชุมร่วมกับตำรวจในพื้นที่ ว่า จากการสอบสวนพบว่าเริ่มยิงกันที่บริเวณชั้น 2 ของบ้าน ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.) กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยาน ส่วนคนที่ยิงนั้นอยู่ในสำนวนแล้ว

Advertisement

พล.ต.ท.อัคราเดชกล่าวว่า บ้านที่เกิดเหตุมีอยู่ 3 ชั้น พบกระสุนตกหลายจุด โดยเฉพาะในชั้นล่างของบ้าน เหตุเกิดเริ่มจากชั้น 2 โดยพบร่องรอยของการถูกทำร้าย พบร่องรอยการยิง การใช้อาวุธ ส่วนชั้นล่างเจอเศษชิ้นส่วนกระสุนอยู่เป็นจำนวนมาก จากที่ดูพยานหลักฐานน่าเชื่อว่ามีการตามมายิงข้างล่างอีก

ขอบคุณภาพจากเพจ ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี

พล.ต.ท.อัคราเดชกล่าวว่า ส่วนวิถีกระสุนเจอทั้งยิงในบ้านและนอกบ้าน ส่วนวงจรปิดนั้น รอให้ สพฐ.สรุปว่าวงจรปิดใช้งานได้หรือไม่ ส่วนข้อถามว่า มีการวางแผนไว้ก่อนหรือไม่ ตนมองว่า เชื่อว่ามีการวางแผนมาก่อน มีการแบ่งหน้าที่ มีการวางแผน ทั้งนี้ยังไม่ฟันธงว่าใครเป็นคนยิง โดยมอบหมายให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมไปว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนการบงการต้องมาดูสำนวนการสอบสวนว่าคนบงการนั้นมีคนเดียว หรือมีทีมงานด้วย

พล.ต.ท.อัคราเดชกล่าวว่า ทั้งนี้ มองว่าภูธรภาค 2 ทำดีอยู่แล้ว แต่กองปราบก็อยู่ระหว่างพิจารณานำเรื่องมาส่วนกลางหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุหรือไม่ พล.ต.ท.อัคราเดชกล่าวว่า ในที่เกิดเหตุไม่มี แต่ด้านนอกมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ 4-5 ราย ซึ่งขณะนี้มอบหมายให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าเข้าไปดูแลความปลอดภัยของใคร ดูความปลอดภัยของบ้าน หรือของผู้ตาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ มีการพยายามทำลายหลักฐานหรือไม่ พล.ต.ท.อัคราเดชกล่าวว่า ดูจากเบื้องต้นพบว่ามีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสถานที่บางอย่าง แต่จากการสอบปากคำโดยละเอียด มั่นใจในการสอบสวนว่าสามารถเดินไปได้ถูกทิศทาง

ขอบคุณภาพจากเพจ ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวางแผนล่วงหน้ามาก่อนหรือไม่ พล.ต.ท.อัคราเดชกล่าวว่า จากการประชุมเชื่อว่าไม่ได้เป็นเหตุฉับพลันในวันนั้น มีการวางแผนล่วงหน้ามาก่อน ใครจะพูดอะไรเรารับฟัง เชื่อหรือไม่เชื่ออยู่ที่พยานหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า คนยิงมีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้ พล.ต.ท.อัคราเดชกล่าวว่า คนใช้ปืนเป็นต้องมีความรู้ต้องยับยั้งได้ คือนัดแรกต้องหยุดก่อน นัดต่อไปก็ตามยิง

ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจก กรณีข่าวเหตุยิงกันตายภายในบ้านพักของนายสุนทร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี

พ.ต.อ.ประสงค์ ศิริทิพย์วานิช รอง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ในฐานะโฆษก ได้เปิดเผยว่า 1.ตามเหตุการณ์ที่เป็นข่าวกรณีเหตุยิง ส.จ.โต้ง เสียชีวิตในบ้านนายสุนทรู วิลาวัลย์ ซึ่งที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 7 คน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” นั้น

ในวันนี้ (13 ธ.ค.67) พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้ง 7 คน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

2.ในวันนี้ (13 ธ.ค.67) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป.2) (สส.2) ให้ควบคุมกำกับการปฏิบัติกรณีดังกล่าว โดย พล.ต.ท.อัคราเดชได้นำตรวจบ้านที่เกิดเหตุ พร้อมประชุมติดตามคดี และสั่งการ โดยมี พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี พ.ต.อ.หญิง กิตติยา โตพัฒนกุล นวท.(สบ 4) พฐ.จว.ปราจีนบุรี ผู้ที่เกี่ยวข้องและทีมสืบสวนในคดีนี้ ซึ่งมีความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนเป็นอย่างมาก

3.ขณะนี้ได้ดำเนินการนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คนไปฝากขังต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คน

แฟ้มภาพ