วันที่ 14 มีนาคม เวลา 16.30 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบปราม ( บก.ป.) ควบคุมตัวผู้ต้องหา 15 คนคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, บุกรุก และซ่องโจร หลังรับมอบตัวจากตำรวจภูธรชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งผู้ต้องหาได้ร่วมกันก่อเหตุใช้ไขควงแทงศีรษะด้านหลัง นายธีระพงษ์ หรือ ปอนด์ ฐิตะฐาน อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ในหอพัก จ.เพชรบุรี จนเสียชีวิต มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-25 มีนาคมนี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบพยานอีก 15 ปาก อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาอีก 1 คนเป็นเยาวชน จึงฝากขังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
ขณะที่การฝากขังนี้ พนักงานสอบสวน บก.ป ได้คัดค้านประกัน เนื่องจากคดีโทษสูง กระทำการโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง และกลัวจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และมีกลุ่มบุคคลไปข่มขู่พยานในคดี
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 16 คนยังให้การรับในข้อเท็จจริงแต่ปฏิเสธในข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่เป็นเรื่องทะเลาะวิวาทเบาะแว้งกันมาก่อน แต่ไม่มีเจตนาที่จะฆ่า และเป็นการต่อสู้เพื่อป้องกันตัว เนื่องจากผู้ตายมีรูปร่างที่ใหญ่โตกว่า โดย 1 ในกลุ่มผู้ต้องหายอมรับด้วยว่า เป็นผู้ที่ใช้ไขควงแทงผู้ตายจริง โดยไขควงดังกล่าวนั้น ผู้ต้องหาไม่ได้นำไปเองแต่อย่างใด โดยผู้ต้องหารายนี้จะเป็นใคร และเป็นบุตรชายของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่นั้นคงบอกไม่ได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวน
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง16 คนนั้นสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่มีอยู่ และคำให้การของพยานรวมทั้งผู้ต้องหายังได้เซ็นชื่อรับสารภาพในสำนวนอีกด้วย ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวไปแล้วทั้งหมด 5 ข้อหาด้วยกัน ได้แก่ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น , ร่วมกันบุกรุกในเคหะสถานในเวลากลางคืน กระทำความผิดกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ,ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น และซ่องโจร ส่วนจะแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างพิจารณาเรื่องเจตนาอีกครั้ง ซึ่งในคำร้องฝากขัง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมข่มขู่พยาน ตามที่มีผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แล้ว ซึ่งข่มขู่อย่างไรนั้น ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า สำหรับการนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้นคงจะยังไม่นำตัวไป เนื่องจากทางฝ่ายผู้ต้องหาเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย แต่จะขอหมายค้นเพื่อเก็บหลักฐานที่บ้านพักของผู้ต้องหาด้วย พร้อมยอมรับว่าในกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดมีลูกของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า 1 คน อย่างไรก็ตามตนยอมรับว่าการสอบปากคำครั้งนี้ได้รายละเอียดหลายส่วนมากกว่าสำนวนเดิม เนื่องจากมีบางประเด็นที่กลุ่มผู้ต้องไม่เคยให้การไว้ แต่ก็เพิ่งจะมาให้ปากคำในครั้งนี้ โดยระบุว่าเกรงกลัวอิทธิพลท้องถิ่น รวมทั้งยังให้การพาดพิงไปถึงบุคคลอื่นอีกหลายคน ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่หากพยานหลักฐานถึงก็จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“จากการตรวจสอบสำนวนเดิม ต้องยอมรับว่ายังมีข้อบกพร่องในบางส่วน แต่ก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งไม่ได้มีสาระสำคัญอะไร” รองผบ.ตร. กล่าว

