โกทร พร้อม ลูกน้องทั้ง 7 มือฆ่า ส.จ.โต้ง ถึงเรือนจำนครนายก เจอญาติรอส่งเข้าคุกนับ 10 คน
จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ยิงสนั่นภายในบ้านของ นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือ โกทร นายก อบจ.ปราจีนบุรี อดีต รมช.สาธารณสุข พ่อของนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังปิดล้อมจุดเกิดเหตุเพื่อเจรจาเข้าตรวจสอบ เพราะผู้ก่อเหตุยังอยู่ภายในบ้าน กระทั่งยอมวางอาวุธยินยอมให้เข้าตรวจสอบภายในบ้านได้แล้ว จึงพบศพนายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ ส.จ.โต้ง ปราจีนบุรี เป็นลูกบุญธรรมนายสุนทร ถูกยิงร่างพรุน ต่อมาที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวโกทรและพวกรวม 7 คน จึงได้มีการควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดไปควบคุมในเรือนจำกลางจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง

ต่อมาเมื่อเวลา 15.45 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คน เพื่อไปส่งฟ้องฝากขังยังศาลจังหวัดปราจีนบุรีโดยมีการทยอยนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถ จำนวน 2 คัน ส่วน โกทร ขึ้นรถตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปขออำนาจศาลจังหวัดปราจีนบุรี ฝากขังผัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ในข้อ “หาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน”
จนกระทั่ง เมื่อเวลา 17.00 น. ทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปราจีนบุรี พร้อมหลักทรัพย์ขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 7 คน โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจากคดีนี้ เป็นคดีอุกฉกรรจ์อีกทั้งมีอัตราโทษสูง อีกทั้งผู้ต้องหายังมีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล ประกอบกับพนักงานสอบสวน และญาติผู้ตาย คัดค้านการประกันตัว จึงมีความเห็นไม่อนุญาตให้ประกันตัว พร้อมทั้งให้ควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 7 คนไปควบคุมในเรือนจำกลางจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง

ล่าสุด เมื่อเวลา 18.40 น. ที่เรือนจำจังหวัดนครนายก ตำบลทรายมูล อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เจ้าที่ตำรวจ สภ.ปราจีนบุรี พร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จำนวนกว่า 20 นาย นำผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ไปฝากขังที่เรือนจำจังหวัดนครนายก โดยมีญาติของผู้ต้องหามารอส่งจำนวนหลาย 10 คน อยู่บริเวณหน้าเรือนจำ ก่อนรถผู้ต้องหาจะขับเข้ามาถึงเรือนจำ โดยมีตำรวจจังหวัดนครนายก คอยประสานงานตลอดเส้นทาง เมื่อมาถึงเรือนจำรถเรือนจำได้ขับเข้าภายในเรือนจำโดยทันที เมื่อรถได้ขับผ่านเข้าประตูเหล็กของเรือนจำไปแล้ว ญาติของผู้ต้องหาก็เดินทางกลับโดยทันที


