รวบหนุ่มไรเดอร์ รับสาวรัสเซีย ก่อนเห็นกระเป๋าเงินเยอะฉกเงิน 14,000 แทงสนุ้กเสียพนันหมด เหตุถูกจับจราจร เรียกเขียนใบสั่ง แขวนพวงกุญแจตุ๊กตา บังป้ายทะเบียนรถหนี
เมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 15 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง ร่วมกันจับกุมนายบรรพต (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นจีออราโน่ สีขาว-ดำ
จับกุมได้ที่บริเวณถนนท้ายวัง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบผลคดีอาญาพบว่า นายบรรพตมีประวัติเคยกระทำความผิดคดีอาญา 2 ครั้ง เหตุลักทรัพย์ ปี 2557 สภ.สามง่าม ภ.จว.พิจิตร และเหตุฝ่าฝืนประกาศกำหนดอาหารที่ห้ามผลิตห้ามนำเข้าหรือห้ามจำหน่าย ปี 2566 สน.ชนะสงคราม
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2567 เวลาประมาณ 14.30 น.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ น.ส.แอนนา เปโตรวา อันรีฟนา อายุ 25 ปี สัญชาติ รัสเซีย เงินสดจำนวน 15,000 บาท ขณะที่ผู้เสียหายกำลังยืนรอรถจักรยานยนต์รับจ้างที่เรียกผ่านแอพพลิเคชั่นขับรถรับจ้างชื่อดังเพื่อไปวัดสระเกศ
ปรากฏว่าผู้ต้องหาซึ่งเป็นชายไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นจีออราโน่ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดด้านหน้าของผู้เสียหาย เมื่อสอบถามว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่ผู้แจ้งเรียกมาหรือไม่ ผู้ต้องหาก็บอกว่า ใช่
จากนั้นได้บอกให้ผู้แจ้งส่งกระเป๋าสะพายให้เพื่อที่ผู้ต้องหาจะนำไปแขวนไว้ด้านหน้ารถเพื่อป้องกันการถูกวิ่งราว จากนั้นผู้ต้องหาได้พาผู้แจ้งขี่รถวนบริเวณรอบพระบรมมหาราชวังแล้วนำผู้เสียมาส่งไว้บริเวณถนนท้ายวัง ข้างวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ต่อมา ผู้ต้องหาได้บอกกับผู้แจ้งว่า ตนเองไม่ใช่พนักงานขับรถที่ผู้แจ้งจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นแต่อย่างใด จากนั้นได้ขอให้ผู้แจ้งเปิดแอพพลิเคชั่นดังกล่าวให้ดู พร้อมทั้งได้ทำทีโทรศัพท์ไปพูดคุยกับพนักงานขับรถของแอพพลิเคชั่นที่ผู้แจ้งว่าจ้าง และบอกกับผู้แจ้งว่าพนักงานขับรถคนดังกล่าวกำลังจะมาถึง แต่เมื่อผู้แจ้งเปิดดูประวัติการโทรก็พบว่าไม่มีการโทรศัพท์ไปพูดคุยแต่อย่างใด เนื่องจากมีการยกเลิกการโทร
เมื่อผู้เสียหายตรวจตอบกระเป๋าสะพายที่ได้รับคืนจากผู้ต้องหาก็พบว่า เงินสดจำนวน 15,000 บาท ที่ใส่ไว้ภายในได้สูญหายไป จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับชายไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงดังกล่าวในความผิดฐานลักทรัพย์ เพื่อให้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
แต่เนื่องจากผู้เสียหายอยู่ในประเทศไทยในระหว่างวันที่ 7-18 ธ.ค.2567 จากนั้นจะต้องเดินทางกลับประเทศรัสเซีย จึงขอมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง เป็นผู้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีนี้ เพื่อให้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ต่อมาชุดสืบสวน สน.พระราชวัง สืบทราบว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าวคือ นายบรรพต อายุ 29 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นจีออราโน่ สีขาว-ดำ
ต่อมาวันนี้ นายบรรพตขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวโดยใช้ตุ๊กตามาปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน มาที่บริเวณถนนท้ายวัง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.พระราชวัง ได้ออกใบสั่งให้กับนายบรรพตข้อหาปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน ก่อนตรวจสอบพบว่าลักษณะคล้ายกับผู้ต้องสงสัยก่อเหตุลักทรัพย์ จึงได้เข้าควบคุมตัวนายบรรพตสอบสวนกรณีดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ชาวต่างชาติจริงระหว่างที่ได้ขี่รถจักรยานยนต์อยู่บริเวณท่าเตียนได้มีผู้โดยสารชาวต่างชาติได้เรียกใช้แอพพลิเคชั่นที่ตนใช้เป็นคนขับ แต่ใช้บัญชีชื่อผู้รับงานของรุ่นน้องที่รู้จักกัน ชื่อสุรัตน์
เมื่อผู้โดยสารชาวต่างชาติเรียกใช้ ได้จอดรถบริเวณปากซอยท่าเตียนและได้นำหน้ากากอนามัยมาปิดที่ป้ายทะเบียนรถที่ได้ขับขี่ จากนั้นจึงขี่รถวนไปรับผู้โดยสารชาวต่างชาติคนดังกล่าว
จากนั้นชาวต่างชาติได้เปิดกระเป๋าเพื่อที่จะชำระค่าโดยสาร แต่เห็นว่าเงินในกระเป๋ามีเงินสดเป็นจำนวนมาก จึงได้บอกให้นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเอากระเป๋ามาไว้หน้ารถ และผู้โดยสารจึงนั่งซ้อนท้าย
ต่อมาระหว่างที่ได้ขี่รถจักรยานยนต์อยู่นั้นได้เอามือซ้ายล้วงเข้าไปในกระเป๋าของผู้โดยสารชาวต่างชาติที่ห้อยไว้อยู่ที่หน้ารถจักรยานยนต์ และหยิบเงินจำนวน 14,000 บาท ใส่ในกระเป๋าเสื้อที่สวมใส่ไป


หลังจากนั้นจึงได้บอกกับผู้โดยสารชาวต่างชาติว่าผู้โดยสารเรียกใช้บริการผิดคัน จึงได้พาผู้โดยสารชาวต่างชาติมาส่งบริเวณท่าเตียน จุดที่ผู้โดยสารชาวต่างชาติได้เรียกใช้ก่อนขี่หนีไป
นายบรรพตกล่าวต่อว่า ก่อนขี่รถไปหาเจ้าของรถคันที่ตนขี่อยู่ ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ ภายในซอยสโมสรทหารบก ถนนอู่ทองนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และได้เปลี่ยนรถจักรยานยนต์โดยได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อลีด 125 สีดำ
โดยได้ใช้ตุ๊กตาปิดแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อไม่ให้วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเห็นป้ายทะเบียน และได้ไปเล่นสนุกเกอร์ภายในซอยสวนอ้อย แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และได้เสียเงินเดิมพันเป็นจำนวนประมาณ 14,000 บาทไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง ดำเนินคดีตามกฎหมาย



