รวบแม่บ้าน รับจ้างดูแลผู้สูงอายุ ทำร้ายคุณยายวัย 85 ทุบตีกว่า 30 ครั้ง ยังให้การปฏิเสธ

18.12.24 | 10:13 น.

รวบแม่บ้าน รับจ้างดูแลผู้สูงอายุ ทำร้ายคุณยายวัย 85 ทุบตีกว่า 30 ครั้ง รอยฟกช้ำเพียบ ล่าสุด ให้การปฏิเสธ อ้างเป็นคนธรรมะ-รักเด็ก


สืบเนื่องจากสืบนครบาลได้รับทราบว่า มีผู้เสียหายร้องทุกข์เข้ามายังเพจสืบนครบาลว่า มีบุคคลมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุที่มีลักษณะเดียวกัน ไม่ว่าจะทำร้ายร่างกายเด็ก ผู้สูงอายุ พยายามลักทรัพย์ผู้สูงอายุ

โดยตรวจพบข้อมูลจากหลักฐานการแจ้งความ และกล้องวงจรปิดภายในบ้านของผู้เสียหาย อีกทั้งพบว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงาน ได้พายายฮวย วัย 85 ปี เข้าพบ ผกก.สน.มีนบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับแม่บ้าน น.ส.นภสร หรือกระต่าย ที่ครอบครัวจ้างมาดูแลผู้สูงอายุ หลังทำร้ายยายฮวยจนได้รับบาดเจ็บ

ผู้ก่อเหตุยอมรับว่า 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ทุบตีคุณทวดมาแล้ว ประมาณ 30 ครั้ง ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ตำรวจได้จับกุมตัว

Advertisement

น.ส.นภสร หรือ “กระต่ายแสนกล” อายุ 49 ปี มีประวัติเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญามีนบุรี ลงวันที่ 11 กันยายน 2567 กระทำความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย” โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้าน

จากการสอบถามผู้เสียหาย เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ได้โพสต์ในกลุ่ม “หาพนักงานดูแลผู้สูงอายุ” บนเฟซบุ๊ก โดยทางผู้เสียหายต้องทำงานประจำ และมีภาระต่างๆ ภายในบ้าน พอมีกำลังที่จะจ้างพนักงานประจำ เพื่อจัดหาผู้ดูแลมารดาของตนซึ่งเป็นผู้สูงอายุ และป่วยนอนรักษาตัวที่บ้าน (ผู้ป่วยนอนติดเตียง) จึงมีผู้สนใจติดต่อเข้ามา ตามเบอร์โทรที่แจ้งไว้ตามโพสต์ประกาศหาคนดูแลผู้สูงอายุ

ต่อมา ผู้ต้องหารายดังกล่าว พยายามขอเข้าทำงาน จึงรับเข้าทำงาน ภายหลังจากพูดคุย ซักถามถึงประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงวัย จึงให้เริ่มงานวันที่ 11 มิถุนายน 2567 เป็นต้นมา

จนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ตนและภรรยาสังเกตเห็น มารดาวัย 85 ปี มีรอยฟกช้ำตามใบหน้า และลำตัว จึงได้เฝ้าดูพฤติการณ์ของผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดจนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 และเก็บรวบรวมหลักฐานผ่านกล้องวงจรปิด ที่ตนเองติดตั้งภายในห้องที่มารดานอนป่วย จึงพบพฤติการณ์ที่สะเทือนต่อจิตใจ

พบว่า น.ส.นภสรได้กระทำการทุบตีมารดาของตนอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ตั้งแต่รับเข้าทำงาน จนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 จึงพูดคุยสอบถามกับผู้ต้องหา ถึงสาเหตุในการกระทำ

โดยเบื้องต้น ให้การยอมรับกับตน และครอบครัวว่า เป็นผู้กระทำตามภาพที่ปรากฏในวงจรปิด จากนั้นไม่ได้สำนึกในการเข้ามาขอโทษ อีกทั้งมีพฤติการณ์แสดงท้าทาย ไม่ยำเกรงต่อผู้เสียหายและครอบครัว

ผู้เสียหายยังได้ตรวจสอบยังสมาชิกในกลุ่ม “นายจ้าง หาคนดูแลผู้สูงอายุ” พบผู้เสียหายให้ข้อมูลจำนวนมาก ในพฤติการณ์คล้ายคลึงกันของผู้ต้องหารายนี้ ตนจึงเข้าแจ้งความในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 และเข้าไปร้องทุกข์ยังเพจ “สายไหมต้องรอด” เพื่อให้การช่วยเหลือและรับเป็นคำร้องทุกข์ที่เป็นภัยอันตรายต่อสังคม ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ที่หวังเพียงได้รับการดูแลมารดาอย่างมีจรรยาบรรณ จึงให้เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

จากการซักถามในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ให้การยอมรับว่าบุคคลดังกล่าวในภาพและชื่อสกุล เป็นตนเองตามหน้าหมายจับ แต่ปฏิเสธการทำร้ายร่างกาย และยังให้การว่า ไม่ทราบว่ามีหมายเรียก และหมายจับส่งไปยังบ้าน เพราะไม่เคยกลับเข้าไปบ้านอีกเลย นับตั้งแต่ทำงานรับดูแลผู้สูงอายุตามบ้าน

ผู้ต้องหายังให้การเพิ่มว่า ปกติไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อาศัยว่านายจ้างว่าจ้างให้ไปที่ไหน ตนก็จะขอดูแลกับเคสที่มีที่พักอาศัยเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไม่ทราบข้อมูลว่าตนมีคดีติดตัว พร้อมให้การว่า ไม่เคยมีพฤติการณ์ทุบตี ทำร้ายใคร รักผู้สูงอายุ และรักเด็ก เป็นคนธรรมะ เข้าวัดฟังธรรมมาโดยตลอด

ด้านเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปักใจเชื่อ เนื่องจากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และผู้เสียหายร้องทุกข์

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้เสียหายอีกบางราย ที่ถูกผู้ต้องหารายดังกล่าวก่อเหตุในลักษณะคล้ายคลึงกัน อีกทั้งยังมีข้อมูลยืนยันจากใบแจ้งความฯ และได้ลงบันทึกประจำวัน การทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ฯ อันก่อให้เกิดความเสียหายทั้งร่างกาย และจิตใจแก่ญาติ และผู้สูงอายุตามบ้านที่ผู้ต้องหาเข้าไปดูแลอีกหลายคำร้องทุกข์ฯ จากนั้นจึงได้ทำบันทึกการจับกุมและส่งตัวผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง