ตั้ง วัชรินทร์ อัยการเอฟบีไอ หัวหน้าทีมร่วมสอบคดีทนายตั้ม ฟอกเงินฉ้อโกง ‘เจ๊อ้อย’

18.12.24 | 11:44 น.

อธ.อัยการสอบสวนเซ็นตั้ง ‘วัชรินทร์’ อัยการเอฟบีไอ นั่งหัวหน้าคณะทำงานอัยการร่วมสอบ คดีทนายตั้ม ฟอกเงินฉ้อโกง ‘เจ๊อ้อย’ หลังอัยการสูงสุดรับเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ชี้ มีการโอนเงินกันในต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รับหนังสือคำสั่งจากสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด เรื่องการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมทำการสอบสวนในคดีนอกราชอาณาจักร ในคดีที่
นางจตุพร อุบลเลิศ กล่าวหา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม กับพวก ผู้ต้องหา ในความผิดฐาน ฉ้อโกง ร่วมกันฟอกเงิน และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง

โดยคดีนี้นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด ซึ่งกฎหมายให้อำนาจอัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบหรือมีอำนาจตั้งพนักงานสอบสวน ซึ่งอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2567 ให้พนักงานสอบสวนคนหนึ่งคนใดตามคำสั่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ 238/2567 และคำสั่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ 247/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม ทำการสอบสวนคคีอาญาคดีนี้ โดยให้พนักงานอัยการคนหนึ่งคนใดในสำนักงานการสอบสวนทำการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน และให้พลตำรวจตรี สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หัวหน้าพนักงานสอบสวน เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจและติดตามเป็นจำนวนมาก มีการนำเสนอต่อสื่อสาธารณอย่างต่อเนื่อง มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก และเป็นการกระทำความผิด หลายกรรมต่างกัน เพื่อให้การสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นธรรม

เมื่ออัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความผิดนอกราชอาณาจักรจึงให้อัยการสำนักงานการสอบสวนเข้าร่วมสอบสวนกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร.ต.อ.โชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนจึงมีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานอัยการร่วมทำการสอบสอบกับพนักงานสอบสวน และแต่งตั้งตั้งเจ้าพนักงานคดี เพื่อสนับสนุนการทำงานของพนักงานอัยการที่เข้าร่วมสอบสวนคดีอาญาที่ 48/2567 ของกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ดังนี้

ให้ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
ร.ต.อ.วสันต์ จันทร์อินทร์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 2 ช่วยราชการสำนักงานการสอบสวนปฏิบัติราชการในหน้าที่ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2, นางสาวทักษอร สุวรรณสายะ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 5, นางสาวบุษยภา เมณฑกา อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 5, ร.ต.อ.สุวรรณสาม คีรีวิเชียร อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2, นายเทพสิทธิ์ เกียรติเดชปัญญา อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 เป็นคณะทำงาน โดยให้ ร.ต.อ.สุวรรณสามเป็นเลขานุการด้วย

Advertisement

ให้มีอำนาจหน้าที่ให้ดำเนินการเข้าร่วมทำการสอบสวนในทันที เป็นไปตามระเบียบสำนักงานอัย
การสูงสุดว่าด้วยการดำเนินการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2563 และแนวทางปฏิบัติ
การสอบสวนว่าด้วยการสอบสวนและงานธุรการเกี่ยวกับการสอบสวน พ.ศ.2560 โดยเคร่งครัด พร้อมให้เลขานุการคณะทำงานรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามให้อัยการสูงสุดทราบเป็นระยะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้มีการโอนเงินในต่างประเทศซึ่งถือเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร ทางกองบัญชาการสอบสวนกลางซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเห็นว่าเป็นความผิดนอกราชอาณาจักรจึงเสนอตามขั้นตอนมายังอัยการสูงสุด เพื่อรับเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ซึ่งกฎหมายให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบหรือมีอำนาจตั้งพนักงานสอบสวน

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นพ้องด้วยกับความเห็นรองอัยการสูงสุดและสำนักงานการสอบสวนเสนอว่า ข้อมูลการเดินทางเข้า ออกราชอาณาจักรไทยของผู้เสียหายและของผู้ต้องหาที่ 1 รับฟังได้ว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ ขณะผู้เสียหายอยู่นอกราชอาณาจักรไทยได้ถูกผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกร่วมกันใช้กลอุบายที่แตกต่างกันฉ้อโกงหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงิน หรือส่งมอบเงินและสั่งจ่ายเช็คโดยทุจริต เป็นการกระทำความผิดที่มีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย จึงมีคำสั่งมอบหมายพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ และพนักงานอัยการเข้าร่วมการสอบสวนคดีนี้

สำหรับ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนหัวหน้าคณะทำงานอัยการ เป็นอัยการสอบสวนฝีมือดีลูกหม้อสำนักงานการสอบสวนอัยการชื่อดัง จบหลักสูตร Major Case Management จาก F.B.I. Academy Quantico Virginia U.S.A. หรือฉายาอัยการ FBI ที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจจากอัยการสูงสุดหลายคนในการลงไปร่วมสอบสวนคดีสำคัญระดับประเทศจำนวนมาก รวมถึงบทบาทการลงไปกำกับการสอบสวนตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทำร้ายและการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ซึ่งมีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงหลายราย