รวบหัวหน้าแก๊ง จัดหาบัญชีม้าข้ามชาติ เงินหมุนเวียน 5 พันล้าน ก่อนนำไปซื้อคริปโท-ถ่ายโอนแบบดิจิทัล จ่อออกหมายจับ คนร้ายกว่า 50 ราย
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายลิม ชิน อายุ 38 ปี สัญชาติมาเลเซีย กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงิน” และนางสาวเสาวลักษณ์ (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงิน” จับกุมได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ถนนกาญจนวนิช ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา
การจับกุมครั้งนี้ เป็นผลมาจากการร้องทุกข์ของผู้เสียหายจำนวนมากที่ถูกหลอกลวงให้ลงทุนผ่านแอพพลิเคชั่น “Nicshare” และ “ComonApps” ซึ่งอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
โดยกลุ่มคนร้ายได้หลอกลวงผู้เสียหายผ่านเพจเฟซบุ๊ก แอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียงในวงการหุ้นเพื่อสร้างความเชื่อถือ ให้ลงทุนในหุ้นไทยและต่างประเทศผ่านแอพพลิเคชั่น “Nicshare” ซึ่งเป็นแอพพ์ปลอม โดยในระยะแรกผู้ลงทุนสามารถทำกำไรได้และถอนเงินได้บางส่วน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและลงทุนเพิ่ม แต่เมื่อลงทุนมากขึ้น กลุ่มคนร้ายกลับไม่อนุญาตให้ถอนเงิน อ้างว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและภาษีก่อน



จากการตรวจสอบพบว่า แอพพลิเคชั่นดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. และมีผู้เสียหายถูกหลอกลวงมากกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 800 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและพบว่ามีกลุ่มคนไทยและต่างชาติร่วมขบวนการ ดำเนินการหลอกลวงในหลายพื้นที่ รวมถึงมีเงินหมุนเวียนในกลุ่มคนร้ายมากกว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหากว่า 50 ราย
ในระหว่างหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ เป็นหัวหน้าขบวนการ โดยมีการวางแผนหลอกลวงอย่างซับซ้อน และกระทำผิดเป็นขบวนการ รวมถึงการถ่ายเงินจากผู้เสียหายผ่านบัญชีธนาคารหลายบัญชี ก่อนที่จะนำเงินไปซื้อเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีสกุล USDT และถ่ายโอนในรูปแบบดิจิทัล ทำให้การติดตามทรัพย์สินมีความยากลำบาก
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ดำเนินการเปิดปฏิบัติการ “GHOST COMPANY” เพื่อตรวจสอบบริษัทนิติบุคคลกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ
พบว่าหลายบริษัทไม่มีการประกอบกิจการจริง โดยถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเปิดบัญชีม้าและสนับสนุนขบวนการฟอกเงิน จนนำไปสู่การตรวจค้นบริษัทที่มีพิรุธจำนวน 6 จุดทั่วประเทศ ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้
จากการสอบปากคำผู้ต้องหารายทั้งสอง ให้การรับสารภาพว่า จัดหาคนมาเปิดบริษัทนิติบุคคลจริงเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งนำไปใช้และขายให้บุคคลอื่น โดยมีเครือข่ายลูกค้าหลายประเทศในอาเซียน
ทั้งนี้ การสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่าบัญชีดังกล่าวมีการเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ และธุรกิจสีเทา ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อติดตามและตรวจสอบต่อไป

