รวบหนุ่มส่งพัสดุ กระชากสร้อย-พระเลี่ยมทอง มูลค่ากว่า 2 แสนบ. อ้าง นำเงินใช้หนี้บัตรเครดิต

25.12.24 | 16:58 น.

รวบหนุ่มส่งพัสดุ กระชากสร้อยพร้อมพระเลี่ยมทอง มูลค่ากว่า 2 แสนบ. อ้างนำเงินใช้หนี้บัตรเครดิต


เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 พ.ต.อ.วาทิตย์ โรจนไพฑูรย์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรษธร วาเกียรธนะ รองผกก.สส.สน.วัดพระยาไกร สั่งการ พ.ต.ท.พลเชษฐ์ มาดี สว.สส.สน.วัดพระยาไกร พร้อมด้วย ฝ่ายสืบสวนสน.วัดพระไกร ร่วมกันจับกุมตัว นายสำราญ เบนอาลี อายุ 35 ปี สัญชาติไทยไทย พร้อมของกลางรถจยย.ฮอนด้า เวฟ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และชุดที่สวมใส่วันก่อเหตุ ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 1228/2567 ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยกดดันจนเข้ามอบตัวที่สน.วัดพระยาไกร เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. เวลาประมาณ 19.30 น. ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. เวลา 10.32 น. ผู้เสียหายอาชีพแม่ค้าถูกคนร้ายชาย 2 คน กระชาก หน้าร้านขายของชำ เลขที่ 560 ซอยมไหสวรรย์6 ถนนมไหสวรรย์ แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลมกรุงเทพมหานคร ทรัพย์สินถูกคนร้ายเอาไปมีสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 5 บาท จิ้พระสิวลี เลี่ยมทอง 1 องค์ กระบองท้าวเวสสุวรรณเลี่ยมทอง 1 ชิ้น มูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 215,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สืบสวน และสอบสวน สน.วัดพระยาไกร จึงได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียหายแจ้งว่า ตนเองกำลังยืนขายของบริเวณหน้าร้าน มีคนร้าย 2 คนขับขี่ รถ จยย. มาจอดบริเวณข้างร้าน จากนั้นหนึ่งในคนร้ายลงจากรถ จยย. ทำทีจะมาซื้อของ จากนั้นคนร้ายอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายเผลอ กระชากสร้อยคอของผู้เสียหาย และวิ่งขึ้นรถจยย. ที่ผู้ก่อเหตุอีกคนจอดรอข้างร้านค้าอยู่

Advertisement

หลังก่อเหตุหลบหนีมุ่งหน้า ไปทางปากซอยมไหสวรรย์ 6 ต่อมาเจ้าหน้าตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย สามารถกดดันให้เข้ามอบตัวได้ 1 รายคือ นายสำราญ อีกหนึ่งรายอยู่ระหว่างติดตามจับกุม จากการสอบสวนทราบว่า ตนเองทำงานเป็นพนักงานส่งพัสดุบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ติดหนี้จากบัตรเครดิตจึงหมุนเงินไม่ทัน เห็นผู้เสียหายใส่สร้อยทองมาจึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบก่อเหตุดังกล่าว โดยนำทองไปจำนำได้เงิน 170,000 บาท และนำตั๋วจำนำไปขายต่อได้เงินอีก 18,000 บาท เบื้องดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป