เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มีนาคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ น.ส.นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หลานพลทหารวิเชียร เผือกสม ซึ่งถูกทำโทษจนเสียชีวิตในค่ายทหาร จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2554 มายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด (อสส.) ในคดีที่ถูก ร.อ.ภูริ เพิกโสภณ แจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 กล่าวหา ใช้เฟชบุ๊กโพสต์และแชร์รูปพร้อมข้อความหมิ่นประมาทร.ท.ภูริ (ยศขณะนั้น) ผู้กล่าวหา ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2558 ถึงปัจจุบัน เหตุเกิดที่ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ต่อเนื่องถึงอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียงซึ่ง ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาส ได้ดำเนินคดีข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร, ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ พร้อมส่งความเห็นสมควรสั่งฟ้อง น.ส.นริศราวัลถ์ ต่อพนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส
ในวันนี้ น.ส.นริศราวัลถ์ เดินทางมาพร้อม ณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN) โดยมีนายพันธ์โชติ บุญศิริ อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวนเป็นตัวแทนอัยการสูงสุดรับมอบหนังสือ
นายพันธ์โชติกล่าวว่า จะนำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าวยื่นให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา ตามขั้นตอนแล้วก็จะมีคณะทำงานพิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ก่อนทำความเห็นส่งอัยการสูงสุดอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ขึ้นกับอัยการสูงสุดจะเป็นคนตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรม
น.ส.นริศราวัลถ์กล่าวว่า ตนเดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมเป็นครั้งที่ 2 ในคดีของตนเองที่ตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ และ พ.ร.บ.คอมฯ โดยครั้งแรกนั้นเดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากในขณะนั้นทางพนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาสมีความเห็นสั่งฟ้องตน ตามความเห็นของพนักงานสอบสวน แต่หลังจากที่นำพยานหลักฐานเข้าไปให้ปากคำ จนภายหลัง อัยการจังหวัดนราธิวาส และ อธิบดีอัยการอัยการภาค 9 มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องตนทุกข้อกล่าวหา แต่เนื่องจากตามขั้นตอนตามกฎหมายแล้วแม้อัยการจะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องแล้วจะต้องส่งความเห็นสั่งไม่ฟ้องตนไปให้ตำรวจว่าเห็นตามที่อัยการสั่งหรือมีความเห็นแย้งหรือไม่ และล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน รอง ผบช.ศชต.ได้มีความเห็นแย้งความเห็นของอธิบดีอัยการภาค 9 เป็นเห็นควรให้สั่งฟ้องทั้งความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ และ พ.ร.บ.คอมฯ ตามที่ตนถูกแจ้งข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้เช่นเดิม จึงต้องมาร้องขอความเป็นธรรมต่อ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดให้ความเป็นธรรมกับตนไม่สั่งฟ้องในความผิด 2 ข้อหานี้

