ทวีเข้มเมาขับ-อุบัติเหตุ 10 วันอันตราย ฉลองปีใหม่-กลับภูมิลำเนา อาจขอศาลสั่งริบรถคนเมาขับ ส่วนถ้าคนขับเป็นเด็กแล้วยังเมาขับ จะพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ขายสุราให้เด็กและเยาวชน พิจารณาดำเนินคดีกับเจ้าของรถในกรณีที่เยาวชนผู้ขับขี่อายุไม่ถึงตามเกณฑ์กฏหมายกำหนด
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม ที่ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ นายสิทธิ สุทธีวงศ์ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ นางยศวันต์ บริบูรณ์ธนา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ นางนุสรา วงษ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ ผู้ตรวจราชการกรมคุมประพฤติ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมกันประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในการประชุมผู้บริหารกรมคุมประพฤติ พร้อมมอบนโยบายการบริหารงาน ทั้งการปฏิบัติงานสืบเสาะและพินิจ งานคุมประพฤติ งานแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด และการสร้างความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 ของกรมคุมประพฤติ “คุมประพฤติห่วงใย ร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน” พร้อมเปิดตัวกิจกรรม “มอบของขวัญปีใหม่ 2568” ด้วยการมอบทุนประกอบอาชีพแก่ผู้ถูกคุมประพฤติฐานความผิดยาเสพติดทั่วประเทศ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในห้วงเดือนพฤศจิกายน 67 – ธันวาคม 67 กรมคุมประพฤติ ได้มอบทุนแก่ผู้ถูกคุมความประพฤติไปแล้ว 145 ราย รวมเงินสนับสนุนกว่า 1.2 ล้านบาท ช่วยสร้างรายได้รวม 3.35 ล้านบาท ให้แก่ผู้ถูกคุมความประพฤติในหลากหลายสาขาอาชีพ เช่น เกษตรกร ค้าขาย และช่างเสริมสวย โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะมีผู้ถูกคุมประพฤติได้รับทุนทั่วประเทศจำนวน 398 คน ด้วยเงินสนับสนุน 48.8 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มอบเงินสนับสนุนส่วนหนึ่งสำหรับโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นกำลังใจและช่วยเหลือฟื้นฟูแก่ผู้เคยก้าวพลาดให้นำไปประกอบอาชีพ พร้อมทั้งยืนยันว่า โอกาสที่ผู้เคยถูกคุมประพฤติ จะกระทำผิดซ้ำนั้นมีน้อยมาก จึงอยากให้สังคมมั่นใจในมาตรฐานกรมคุมประพฤติ และให้โอกาสผู้เคยก้าวพลาดให้กลับมาสู่สังคมได้

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า วาระการประชุมที่สำคัญ คือ การเตรียมความพร้อมป้องกันอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ 2568 ภายใต้แนวคิด “คุมประพฤติห่วงใย ร่วมสร้างสังคมปลอดภัย” ด้วย 4 มาตรการสำคัญ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน คือ 1.การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 2.การลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3.การส่งเสริมพฤติกรรมผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และ 4.การช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยจะมีการแบ่งระยะเวลาดำเนินงานเป็น 3 ช่วง คือ 1.ช่วงก่อนเข้มข้น ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2567 -26 ธันวาคม 2567 2.ช่วงเข้มข้น 10 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 และ 3.ช่วงหลังเข้มข้น หรือ ช่วงการถอดบทเรียนต่าง ๆ ระหว่างวันที่ 6 มกราคม 2568 – 9 มกราคม 2568

ซึ่งวันนี้ได้มีการประชุมหารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการดูแลประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมจะเป็นหน่วยงานต้นทางและปลายทางในการคุมประพฤติผู้กระทำความผิด ทั้งเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว หรือขับรถโดยประมาท โดยอาจจะมีการขอให้ศาลสั่งริบรถผู้กระทำความผิด แต่กรณีที่ผู้กระทำผิดเป็นเยาวชนก็จะมีการพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ขายสุราให้ในกรณีเมาแล้วขับ หรือพิจารณาดำเนินคดีกับเจ้าของรถในกรณีที่เยาวชนผู้ขับขี่อายุไม่ถึงตามเกณฑ์กฏหมายกำหนด รวมทั้งจะมีการตรวจสอบประวัติผู้กระทำผิดซ้ำ เพื่อยื่นให้ศาลพิจารณาเพิ่มอัตราโทษให้หนักขึ้นต่อไป

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า แม้ในปีนี้จะมีการขยายระยะเวลาจาก 7 วันอันตรายเป็น 10 วันอันตราย ก็ไม่ได้มีความกังวลใจแต่อย่างใด เพียงแต่เจ้าหน้าที่จะต้องทำงานกันหนักมากยิ่งขึ้น มีข้อท้าทายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยมากที่สุด หากจำไม่ผิดประเทศไทยเป็นประเทศที่พบว่า จากข้อมูลของ ปภ. เราเป็นประเทศที่มีอุบัติเหตุมากที่สุดในเอเชียหรือสถิติคนตาย คนเจ็บจากอุบัติเหตุมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ในขณะที่เราน่าจะมีกฎหมายที่ดีที่สุดในโลกแต่ทำไมกฎหมายที่ดีที่สุด จึงทำให้คนตายมากที่สุด

ดังนั้น เราจะทำอย่างไรที่จะเอาพลังของกรมคุมประพฤติ สติปัญญาของคุมประพฤติจังหวัด อาสาสมัครคุมประพฤติ ผู้ถูกคุมประพฤติ มาช่วยกัน ตระหนักว่าเรามีสิ่งท้าทายเกิดขึ้นใหม่ จะช่วยกันป้องกันอุบัติภัยในช่วงเทศกาลวันหยุดให้รู้สึกว่าเกิดผลเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ สถิติปริมาณรถในประเทศไทย สามารถเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตได้มากถึง 42 ล้านคัน ขณะที่ทางหลวงมีระยะทางกว่า 50,000 ตารางกิโลเมตร ส่วนทางหลวงชนบทระยะทาง 48,000 ตารางกิโลเมตร ถ้าหากในช่วงวันหยุด 5 วันนี้ ถ้าเราสามารถช่วยเซฟ (save) ชีวิตคนได้ 1 คน ก็เป็นสิ่งที่เราน่าจะมีความภูมิใจ และหากช่วยชีวิตคนได้มากกว่านั้นก็จะยิ่งเป็นการดี
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่ออีกว่า กรมคุมประพฤติทั่วประเทศจะมีการนำผู้ถูกคุมประพฤติมาให้มาบริการสังคม ร่วมกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ และอาสาสมัครคุมประพฤติตามจุดบริการในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรม ยังได้อวยพรประชาชนเนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ 2568 ว่า ขอให้ประชาชนพบเจอแต่สิ่งดีๆ มีความปลอดภัย มีความสุข สุขภาพแข็งแรง พบแต่ความสมหวังตลอดปีและตลอดไป



