ตำรวจ และ กสทช. ลงพื้นที่ชายแดนอรัญประเทศ ตรวจพื้นที่เป้าหมายฝั่งตรงข้าม ตึก 25 ชั้น ฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. และ ผอ.ศปอส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมายและประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ, พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รก.เลขาธิการ กสทช. มอบหมาย ให้ นายสุธีระ พึ่งธรรม ผอ.สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ลงพื้นที่ชายแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตรวจสอบสัญญาณโทรคมนาคมบริเวณชายแดน และพื้นที่โดยรอบ ใกล้พิกัดตึก 25 ชั้น และกาสิโนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ที่คาดว่าเป็นฐานใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์

โดยใช้เครื่องมือพิเศษของ กสทช. วิเคราะห์ข้อมูล พร้อมทั้งได้มีการเรียกประชุมทหาร ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน กำชับมาตรการต่างๆ ของ ตร.และ กสทช.รวมทั้งเข้มงวดการเดินทางข้ามแดน ป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาศัยจังหวะช่วงเทศกาลปีใหม่ลักลอบนำพาคนไปทำงานผิดกฎหมาย พร้อมทั้งได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจตามแนวชายแดน ตรวจสอบช่องทางธรรมชาติป้องกันคนลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายอีกด้วย


รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ ที่ห้องประชุม ศปก.ตม.จว.สระแก้ว พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.(ด้านกฎหมาย)/ประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ , นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช., พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมสรุปสถานการณ์อาชญากรรมคดีออนไลน์ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากนั้นลงพื้นที่บริเวณชายแดนเพื่อตรวจดูตึก 25 ชั้นฝั่งประเทศเพื่อนบ้านที่มองเห็นจากฝั่งไทย และลงพื้นที่ข้างเคียงเพื่อตรวจสอบเสา และสายส่งสัญญาณ

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. และ ผอ.ศปอส.ตร. กล่าวว่า จากการที่มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตั้งอยู่ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ติดกับชายแดนของประเทศไทย ในเขต อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมที่มีคนต่างชาติอยู่เบื้องหลังหลอกลวง ฉ้อโกง เอาทรัพย์สินของคนไทย สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย ถือเป็นภัยคุกคามของคนต่างชาติต่อความมั่นคงของประเทศในรูปแบบใหม่ จากการตรวจสอบจากการแจ้งความของประชาชนผ่านศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าสัญญาณที่ใช้ในการส่งข้อความและการโทรเข้ามาหลอกลวงประชาชนเป็นจำนวนมาก มาจากเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จึงได้ร่วมกับทาง กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” มาใช้มุ่งตัดเส้นทางเสบียงของคนร้ายเพื่อไม่ให้สามารถนำมาใช้ ในการกระทำความผิดได้

ประกอบด้วย 1. ค้นหาสัญญาณโทรศัพท์ และตัดสัญญาณสื่อสารทางโทรศัพท์และดาต้าเน็ต ที่มีการลักลอบส่งให้กับกลุ่มคนร้ายใช้อย่างผิดกฎหมาย ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด 2. คนข้ามแดนควบคุมตรวจสอบอย่างเข้มงวดและใกล้ชิด สำหรับชาวต่างชาติและคนไทยที่ไปร่วมขบวนการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งไปเปิดบัญชีมาและสแกนหน้าให้กับคนร้าย รวมทั้งไปทำหน้าที่หลอกลวงคนไทยและเบิกถอนเงิน ที่เดินทางข้ามแดนผ่านช่องทางของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและช่องทางธรรมชาติ โดยให้ดำเนินคดีกับผู้นำพาอย่างจริงจัง และ3. อุปกรณ์ให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในการลักลอบขนส่งเงิน อุปกรณ์มือถือ Simbox ผ่านชายแดนช่องทางธรรมชาติ และจุดตรวจของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
นอกจากนี้ได้ตรวจสอบพบเสาสัญญาณจำนวน 3 จุด บริเวณที่ใกล้กับแนวชายแดนมากที่สุด น่าเชื่อว่ามีการส่งสัญญาณไปยังบริเวณตึก 25 ชั้น ซึ่งในขณะนี้ กสทช. ได้สั่งให้มีการระงับสัญญาณดังกล่าวและจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการควบคุม กำกับดูแล และติดตามประเมินผลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ว่าการกระทำผิดกฎหมายหลอกลวงประชาชนคนไทย โดยกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินั้นลดลงไปหรือไม่
และขอประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มชาวไทยที่จะเดินทางข้ามแดนไปทำงานให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นการขายชาติ ไปช่วยเหลือกลุ่มองค์กรอาชญากรรมของคนต่างชาติมาหลอกลวงคนไทย จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด







