สืบนครบาลรวบ วีณา จอมฉกทรัพย์ พบประวัติลักขโมยโชกโชน

29.12.24 | 10:14 น.

สืบนครบาลรวบ วีณา จอมฉกทรัพย์ พบประวัติลักขโมยโชกโชน

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. เน้นอาชญากรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์ นักตระเวนลักทรัพย์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา สืบนครบาลสืบสวนพบว่า “วีณา ฉายาจอมฉกทรัพย์” ประวัติยาวเป็นหางว่าว ก่อเหตุฉกเงินและทรัพย์สินมีค่าตามห้างสรรพสินค้าหรือที่มีคนพลุกพล่าน ใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบายนอนโรมแรม สุดท้ายจนมุมถูกตามจับได้ขณะลงจากโรมแรมย่านลาดพร้าว จากการขยายผลก่อเหตุมาแล้วอย่างโชกโชน เรียกได้ว่าก่อเหตุจน “เข้าเส้น”

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.อดุลย์ ดองพวง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.รัฐนันท์ สมวงศ์ รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ภัทร บุญอารักษ์ สว.กก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.นิทัสน์ มีทอง สว.กก.สส.4 บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น รอง สว.กก.สส.4 บก.สส.บช.น. ด.ต.วิฑูรย์ สร้อยละออง, จ.ส.ต.ปริญญา ชูช่วย และ ส.ต.อ.บวรลักษณ์ ภูมลา ผบ.หมู่ กก.สส.4 บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. ร่วมกันสืบสวนจับกุมตัว

 

น.ส.วีณา (สงวนนามสกุล) หรือรจนา อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6025/2567 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2567 ข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ” (สน.พญาไท)

Advertisement

โดยจับกุมตัวได้ที่ บริเวณห้องล็อบบี้ของโรมแรม วาบัว แอสโซเทล กรุงเทพ ซอยลาดพร้าว 130 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
พร้อมตรวจยึดทรัพย์สิน จำนวน 2 รายการ คือ
1.เงินสด จำนวน 46,538.50 บาท (ยึดไว้ตรวจสอบเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด)
2.หูฟัง BEOPLAY EQ – BLACK (ยึดไว้ตรวจสอบเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่ก่อเหตุลักทรัพย์ในคดีอื่น)
พบประวัติต้องโทษคดีอาญา 7 คดี ทั้งหมดเป็นคดีลักทรัพย์ คือ
1.วันที่ 24 มี.ค.56 ข้อหา “ลักทรัพย์” ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
2.วันที่ 7 พ.ย.56 ข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน” ในพื้นที่ สน.ธรรมศาลา กทม.
3.วันที่ 16 ก.ย.60 ข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
4.วันที่ 9 พ.ย.65 ข้อหา “ลักทรัพย์” ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ กทม.
5.วันที่ 24 ก.ย.66 ข้อหา “ลักทรัพย์” ในพื้นที่ สน.ประเวศ กทม.
6.วันที่ 16 ก.ย.67 ข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ” ในพื้นที่ สน.พญาไท กทม.
7.วันที่ 27 ก.ย.67 ข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
จากการขยายผล น.ส.วีณามีการก่อเหตุอีกจำนวนหลายครั้ง แต่ผู้เสียหายไม่สามารถยืนยันบุคคลหรือยืนยันผู้กระทำความผิดได้

พฤติการณ์กล่าวคือ
วีณา ผู้มีประวัติโชกโชนด้านการฉกทรัพย์ก่อเหตุมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อมีโอกาส วีณาจะลงมือฉกทรัพย์ทันที จนเรียกได้ว่า ก่อเหตุจนเป็นสันดาน หรือในภาษานักสืบจะเรียกว่า “เข้าเส้น” โดยสถานที่ชอบก่อเหตุนั้น จะเป็นสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ตามห้างสรรพสินค้าดังหลายแห่งในเมืองหลวง หรือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเช่น เมืองพัทยา หรือจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป้าหมายหลักจะเป็นเงินสดตามลิ้นชัก, กล้องถ่ายภาพมูลค่าหลักแสนบาท หรือกระเป๋าที่มีทรัพย์สินมีค่าอยู่ภายใน ฯลฯ

ครั้งที่ก่อเหตุในพื้นที่ สน.พญาไท วีณาได้ลงมือก่อเหตุฉกเงินในร้านขายเสื้อผ้า ภายในห้างดังย่านพญาไท โดยวีณาเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าทำทีเป็นลูกค้าเดินเลือกเสื้อผ้า เมื่อสบโอกาสจึงเดินไปที่โต๊ะเก็บเงิน จากนั้นเปิดลิ้นชักรีบหยิบเงินให้ได้มากที่สุด โดยจะเน้นเฉพาะธนบัตรใบละ 1,000 บาท ซึ่งวีณาหยิบเงินสดไปได้กว่า 14,000 บาท

ส่วนครั้งล่าสุดที่ก่อเหตุในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา วีณาเดินไปเปิดลิ้นชักของบูธขายเสื้อผ้าภายในห้างดังย่านพัทยา โดยไม่สนใจพนักงานหรือลูกค้าที่กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่ จากนั้นหยิบเงินสดไปได้กว่า 80,000 บาท

และครั้งอื่นๆ ที่มีแผนประทุษกรรมเดิมๆ โดยวีณาจะเดินหาเป้าหมายตามห้างสรรพสินค้ามักจะหยิบฉกเงินตามลิ้นชักของร้านขายของ หยิบกล้องถ่ายภาพ หรือกระเป๋าของมีค่า ที่วางอยู่ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ

ต่อมาผู้เสียหายรายหนึ่งขอความช่วยเหลือมาที่เพจ สืบนครบาล IDMB ผู้การจ๋อสั่งการให้ชุดสืบสวนนครบาล วิเคราะห์แผนประทุษกรรมการก่อเหตุ พบว่ามักจะก่อเหตุในพื้นที่สาธารณะ มีคนพลุกพล่าน และหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับมีประสบการณ์การก่อเหตุ รู้ช่องทางหลบหนีจึงทำให้ยากที่จะติดตามจับกุมตัวได้ เพราะวีณาเคยถูกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง เมื่อได้ทรัพย์สินชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ติดตามจับกุมทันที ชุดสืบสวนใช้เวลาแกะรอยจนได้เบาะแสว่า ผู้ต้องหาใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบายจากการลักทรัพย์ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยครั้งนี้ผู้ต้องหาเข้าพักที่โรมแรมหรูย่านลาดพร้าว จึงลงพื้นที่ติดตามจับกุม จนพบกับวีณากำลังเช็กเอาต์ออกจากโรมแรม เมื่อวีณาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเดินหลบหนี จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมทันที
ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “เดิมเป็นคนเชียงราย แต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้วได้ตัดสินใจมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ และจังหวัดชลบุรี เคยทำงานเป็นสาวโรงงาน เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กระทั่งพบรักกับแฟนชาวต่างชาติ ซึ่งเขาเลี้ยงดูทุกอย่าง แต่เมื่อเขากลับไปต่างประเทศ ทำให้ไม่มีรายได้ ว่างงาน
ผู้ต้องหายอมรับว่า ประวัติคดีลักทรัพย์ทั้งหมดก่อนหน้านี้ ตนเป็นผู้ก่อเหตุจริง ซึ่งเหตุผลที่ทำไป เพราะตนไม่มีเงินกินข้าว ถูกจับกุมครั้งแรกตั้งแต่ปี 2556 และติดคุกมาแล้ว 5 ครั้ง ครั้งล่าสุดโดนจับที่ สภ.เมืองพัทยา เมื่อประมาณสองเดือนที่ผ่านมา แต่ตนขอชี้แจงว่าตามหมายจับของ สน.พญาไท ตนไม่ได้ขโมย เป็นเรื่องเข้าใจผิดและสุดท้ายเรื่องเงินจำนวน 46,538.50 บาท ที่อยู่ในกระเป๋าสะพายของตน ตนขอชี้แจงว่าเป็นเงินที่ตนขยันทำงาน อดออม จากน้ำพักน้ำแรงค้าขายของ และทำงานให้ชาวต่างชาติ ไม่ใช่เงินที่ได้มาจากการขโมยแต่อย่างใด โดยตั้งใจว่าหลังพ้นโทษออกมาจากเรือนจำ จะนำเงินจำนวนนี้กลับไปตั้งตัวอยู่กับแม่ที่จังหวัดเชียงรายบ้านเกิด”

หลังจับกุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และประสานไปยัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้อายัดตัวผู้ต้องหาคนนี้ในอีกคดีหนึ่ง

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า “เมื่อตรวจสอบประวัติคดีอาญา พบว่าผู้ต้องหามีประวัติอาชญากรรมทั้งหมด 7 คดี โดยทุกคดีล้วนเป็นคดีลักทรัพย์ จึงคาดว่าผู้ต้องหาตระเวนก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่อง และคงมีประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ ซึ่งผู้ต้องหารายนี้นับเป็นบุคคลเป็นภัยสังคม สร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง จะต้องรีบติดตามจับกุมโดยเร่งด่วน ผู้ใดเคยตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหารายนี้ สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่เพจ สืบนครบาล IDMB เราจะมีการขยายผลให้ถึงที่สุด แม้ว่าจะไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.”